Areeya Metaya Blog

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีหญิงชราผู้ใจบุญคนหนึ่ง เธอชอบทำบุญมากใครชวนสร้างโบสถ์สร้างวิหารเธอจะยินดีบริจาคทรัพย์เพื่อร่วมบุญนั้นทันที แต่เรื่องการใช้ชีวิตประจำวันเธอกลับได้ชื่อว่าเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว เธอมีอาชีพเป็นเจ้าของสัมปทานเส้นทางเดินรถม้าแต่เพียงผู้เดียวในแคว้น เธอมีนิสัยเจ้าอารมณ์โกรธง่าย บ่อยครั้งที่เธอตวาดใส่ลูกจ้างหรือบางทีก็ไล่ออกเพียงเพราะไม่สบอารมณ์ ส่วนเรื่องการดำเนินกิจการ ทุกคนในแคว้นจะรู้จักเธอในฉายาว่า “เจ้าแม่รถม้าที่ไร้ความปราณี” ทุกครั้งที่เศรษฐกิจตกต่ำเธอจะประกาศขึ้นราคาค่าโดยสารเพื่อชดเชยรายได้ที่หายไปทันที ประชาชนทั่วทั้งแคว้นก็จะได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากพวกเขาเป็นผู้มีรายได้น้อย

ปีนี้เป็นอีกปีที่มีความแห้งแล้งอย่างรุนแรงฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล จึงเกิดวิกฤตข้าวยากหมากแพง และอีกเช่นเคยที่มีการประกาศขึ้นราคาค่าโดยสารรถม้าจากเธอ ประชาชนและผู้สื่อข่าวต่างขอร้องให้เธออย่าเพิ่งขึ้นราคาเพราะจะทำให้ข้าวของอย่างอื่นพลอยขึ้นราคาตามไปด้วย แต่เธอก็ยังยืนยันที่จะขึ้นเพื่อทำให้กิจการของเธอยังคงมีกำไร หลังจากจบการประกาศต่อสาธารณะ หญิงชราก็ถือโอกาสนั้นบอกบุญกับทุกคนด้วยการเชิญชวนไปร่วมทำบุญใหญ่กัน โดยเธอกำลังมีโครงการจะสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่เพื่อประดิษฐ์สถานไว้บนยอดเขา เธอบอกว่าบุญครั้งนี้จะได้รับอานิสงฆ์อย่างมากมายมหาศาล

จากนิทานที่ยกมานี้ต้องการจะชี้ให้เห็นสิ่งที่น่าสนใจอยู่สองเรื่องคือ

.

1.หญิงชราคนนี้กำลังแยกเรื่องการทำความดีออกจากชีวิตจริง โดยมองว่าการทำความดีต่อศาสนาและกับผู้คนรอบข้างนั้นเป็นคนละเรื่องกัน เหตุผลน่าจะมาจากความเชื่อที่ว่าการทำความดีกับศาสนาจะได้รับอานิสงฆ์(บุญ) มากกว่าทำกับคนทั่วไป ดังนั้นชีวิตการทำงานของเธอจึงไม่มีความเห็นใจใด ๆ กับใครเพราะไม่เกี่ยวกัน ซึ่งบางครั้งนอกจากจะไม่ออกมาในรูปของความดีแล้วยังออกมาด้านตรงข้ามอีก เช่น เอารัดเอาเปรียบคดโกงเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งถ้ามองให้ลึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคนรอบข้างก็จะมีแนวโน้มเป็นไปในทางที่ไม่ดี เช่นมีการใช้อำนาจ,ใช้อารมณ์, บังคับขู่เข็ญ, ทำให้อีกฝ่ายเจ็บช้ำ,แค้นเคือง,อาฆาตพยาบาท ฯลฯ ซึ่งแน่นอนปลายทางก็จะเกิดภาระกรรมที่มีต่อกัน เป็นการผูกใจเจ็บข้ามภพข้ามชาติจนต้องกอดคอกันมาเกิดใหม่อีก

2.เธอคนนี้กำลังบ่อนทำลายสิ่งที่เธอศรัทธา (ศาสนา) การที่เธอมีพฤติกรรม ขี้โมโห ไร้ความปราณี แร้งน้ำใจ เอารัดเอาเปรียบ ฯลฯ มันทำให้คนอื่นๆเข้าใจว่านี่คืออุปนิสัยของคนประเภทที่มีความศรัทธาต่อศาสนามาก ๆ จนมองว่าคนกลุ่มนี้รวมถึงศาสนาเป็นเช่นนั้นด้วย โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ที่ไม่เข้าใจไม่รู้ที่มาที่ไปไม่เคยสัมผัสอย่างจริงจังกับว่าศาสนาและเริ่มตั้งคำถามว่าถ้าสิ่งที่เธอทำ(การทำบุญ) นั้นดีจริง ทำไมไม่ทำให้เธอเป็นคนดี มีความรักความเมตตา เป็นคนที่น่าเคารพนับถือเลย ซึ่งหากความเชื่อนี้พัฒนากลายเป็นความเกลียดชัง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีแค่ไหน เขาก็จะปฏิเสธหรือมีทัศนคติด้านลบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ตัวเธอเองก็เช่นกัน เธออาจจะเชื่อว่าเธอเป็นคนดี เพราะเธอชอบทำความดี ที่ไหนมีกิจกรรมดีๆ เธอก็จะไปร่วมเสมอ แต่เธอลองสำรวจสิ่งเล็กๆน้อยๆในชีวิตดูอีกทีสิ ถ้าเธอยังมีการทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนบ้าน ถ้าเธอยังมีคนที่เธอไม่ชอบขี้หน้า ถ้าเธอยังมีความโกรธเกลียดเคียดแค้นกับคนที่เคยทำไม่ดีกับเธอ ถ้าเธอยังมีความหงุดหงิดในใจทุกครั้งที่มีคนทำไม่ถูกใจ การที่เธอยังแสดงอาการเหล่านี้ออกไปให้คนรอบข้างเห็น เธอรู้ตัวไหมว่าเธอก็มีส่วนทำลายสิ่งที่เธอให้ความศรัทธาไปโดยไม่รู้ตัว  ดังนั้น ถ้าเธอปรารถนาที่แนะนำสิ่งที่เธอเชื่อกับใคร ขอให้เธอพิสูจน์ให้คนรอบข้างเห็นก่อนว่าเธอ เป็นความรักความเมตตา แล้วบริวารและคนรอบข้างจะตามเธอเองโดยไม่ต้องเสียเวลาแนะนำเลย

อารียา เมตายา

.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *



  • บทความล่าสุด

  • TAG

  • พฤศจิกายน 2020
    จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
     1
    2345678
    9101112131415
    16171819202122
    23242526272829
    30