อารียา เมตายา เล่ม 1

อารียา เมตายา

"สู่การเป็นอารียา เมตายา"

เล่ม 1

ภาษาไทย · ๔๑.

๔๑.

พระธาตุ

๔๑. พระธาตุ

“เอ่อ..โคฮารุ พ่อของเธอเป็นอย่างไรบ้าง” คลายเอินหันไปคุยกับเธอบ้าง

“ยังแข็งแรงดีอยู่ค่ะ แต่ที่ผิวหนังของท่านรู้สึกว่าจะแสดงอาการต่อต้านออกมาบ้างแล้ว” เธอตอบ

“ก็คงอีกไม่นานแล้วสิ” คลายเอินพูด

“ค่ะ” โคฮารุตอบ

“หมายความว่า…โยชิดะกำลังใกล้จะตายอย่างนั้นหรือครับ” ผมถาม

“ใช่ครับ แต่ก็น่าจะอีกหลายสิบปีอยู่เหมือนกัน เพราะการต่อต้านมันประคองไว้อยู่” คลายเอินตอบ

“การต่อต้านคืออะไรครับ ฟังดูแย่นะครับ”

“อาการต่อต้านนี้ไม่ใช่เป็นโรคร้ายอะไรหรอกนะครับ การต่อต้านนี้เป็นเพียงอาการภายในที่เกิดจากสภาวะจิตที่สมดุลอย่างยิ่งยวด มีผลทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนชนิดหนึ่งออกมา เรียกว่าฮอร์โมนแห่งความเป็นหนุ่มเป็นสาว แต่ด้วยร่างกายของโยชิดะยังมีรหัสเป็นแบบเดิมคือรหัสที่มีการหมดอายุขัยได้ ซึ่งตอนนี้ก็เลยเวลาการสิ้นอายุนั้นมานานพอสมควรแล้ว อาการต่อต้านนี้คือ ผิวหนังของเขาจะเริ่มดูผ่องใส ละเอียด มีน้ำมีนวลมากขึ้น”

“ฟังดูก็น่าจะเป็นผลดีไม่ใช่หรือครับ” ผมแย้งขึ้น

“ใช่ครับ เป็นผลดีแน่นอน คือเขาจะดูหนุ่มกว่าความเป็นจริง” คลายเอินตอบ

“อ้าว! แล้วมันไม่ดีอย่างไรครับ”

“ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะ เราแค่สังเกตจากปรากฏการณ์เท่านั้น ปรากฏการณ์ที่ว่านี้คือ จิตวิญญาณนั้นสมบูรณ์พร้อมแล้ว แต่ร่างกายนั้นไม่พร้อม ร่างกายที่เคยอยู่ภายใต้รหัสความเสื่อมแต่กลับได้รับฮอร์โมนเพื่อการฟื้นฟู เหมือนเครื่องยนต์ที่เก่าคร่ำคร่าแต่กลับได้รับเชื้อเพลิงชนิดพิเศษ ถึงอย่างไรก็ไปต่อไม่ได้ เมื่อมันไปต่อไม่ได้ ฮอร์โมนเหล่านั้นก็จะเหลือและไปสะสมอยู่ในสิ่งที่มีความแข็ง เช่น กระดูก ฟัน เส้นผม และเล็บ ผลสุดท้ายเมื่อร่างกายที่ส่วนใหญ่เป็นธาตุดินและธาตุน้ำนั้นทนต่อความเสื่อมไม่ไหว มันก็จะหยุดทำงานไปในที่สุด บางคนพอตายไปแล้ว เส้นผมและเล็บยังงอกยาวออกมาเรื่อยๆ ก็มี ร่างกายจะไม่เน่าไม่เปื่อย จะมีลักษณะเป็นผิวหนังแห้งๆ หุ้มกระดูกอยู่อย่างนั้น แล้วถ้าบังเอิญเอาร่างนี้ไปเผาไฟ วัตถุที่เป็นของแข็งอย่างพวกกระดูกและฟันก็จะกลายเป็นผลึกแก้วใสๆ”

“ที่เรียกว่าพระธาตุใช่ไหมครับ” ผมถามขึ้นทันที

“คงใช่นะ แต่มันไม่ใช่เรื่องวิเศษอะไรหรอก มันเป็นแค่ปรากฏการณ์ที่มีผลสืบเนื่องมาจากพลังงานคลื่นความถี่สูงที่ตกค้างอยู่ในวัตถุธาตุที่เป็นของแข็งเท่านั้น” เขาตอบ

“อย่างนี้เวลาที่พวกคุณตาย กระดูกของพวกคุณจะกลายเป็นแบบนี้ด้วยหรือเปล่าครับ” ผมถาม

“เป็นเหมือนกันครับ แต่มันเป็นการสะสมทีละเล็กละน้อยตลอดช่วงอายุขัยมากกว่า ส่วนใหญ่ฮอร์โมนที่หลั่งออกมานั้นจะถูกใช้ไปเกือบหมดพอดีในแต่ละวัน แต่ก็จะยังหลงเหลืออยู่บ้าง สุดท้ายเมื่อเวลาผ่านไปเป็นแสนเป็นล้านปีก็จะส่งผลออกมาเช่นเดียวกัน ซึ่งผลึกแก้วที่ได้จากร่างกายพวกเราจะเกาะแน่นคงรูปมากกว่าของพวกคุณ เมื่อนำร่างของเราไปเผาไฟ มันจะกลายเป็นโครงกระดูกที่เป็นแก้วใส คงรูปร่างอย่างนั้นเลย ไม่แตกเป็นผงๆ เหมือนอย่างของพวกคุณ” เขาอธิบาย

“อาหารเย็นพร้อมแล้วค่ะ” มัสสุดาตะโกนบอกมาจากห้องครัวที่อยู่ถัดไป

ภรรยาของคลายเอินได้เตรียมอาหารเย็นพร้อมแล้วตั้งแต่ก่อนค่ำ เธอจึงสามารถจัดสำรับเพื่อต้อนรับพวกเราได้เลย เธอกำลังยกมันออกมาบางส่วน

“หนูไปช่วยนะคะ” โคฮารุพูด “โว้ว! น่ากินจังเลย” เธอชะโงกดูจานที่มัสสุดากำลังยกมา

“เชิญทานได้เลยนะ” คลายเอินกล่าวเชิญผม หลังจากที่อาหารทุกจานถูกจัดวางบนโต๊ะเรียบร้อย

“ขอบคุณครับ” ผมตอบ

อาหารเย็นวันนี้มีการเสิร์ฟแบบจานใครจานมันคล้ายกับเป็นอาหารเซ็ต ประกอบไปด้วยจานขนาดใหญ่หนึ่งใบและถ้วยใส่ซุปขนาดเล็กๆ อีกหนึ่งใบ ภายในจานแบ่งออกเป็นสามกอง กองแรกถ้าให้เดาน่าจะเป็นพืชจำพวกหัวอย่างพวกหัวเผือกหัวมัน มันถูกหั่นเป็นก้อนสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดใหญ่เหมือนกับเอามันมาทั้งหัวและหั่นด้านที่เป็นส่วนโค้งออกทั้ง 6 ด้าน กองนี้จะประกอบไปด้วยก้อนสี่เหลี่ยมแบบนี้ถึง 3 ก้อน มีสีม่วง สีแดง และสีเหลือง ทั้ง 3 ก้อนนี้มีรอยไหม้เหมือนกับเอาไปย่างบนกระทะแบนๆ จนสุก แต่คงไม่ได้ย่างเฉยๆ เพราะมีเครื่องปรุงที่ติดมากับทุกๆ ด้านด้วย ผมมารู้หลังจากที่ได้ลองชิมดู มันคือเครื่องปรุงที่ถูกย่างไปพร้อมกันและมีรสชาติที่อร่อยมาก ทั้งเค็มทั้งมันและหอมกลิ่นของเนยและเครื่องเทศที่ผสมกันอยู่ เมื่อกัดลงไปแล้วผสมกับความหวานของหัวมันจึงเกิดรสชาติที่พอเหมาะพอดีอย่างบอกไม่ถูก

กองที่สองมีลักษณะเป็นเห็ดหลายๆ ชนิดผัดกับเนยผสมกับผงสมุนไพร ราดด้วยน้ำสีขาวข้นๆ และกองที่สามเป็นกองสลัดผักสด ดอกไม้สด และพวกเมล็ดถั่วหลายชนิดผสมคลุกเคล้ากันมาเป็นอย่างดีด้วยเครื่องปรุงหลายอย่าง ตบท้ายด้วยซุปข้นอีกหนึ่งถ้วยที่รสชาติอร่อยกลมกล่อม

“ที่เมืองนี้มีคนตีมีดกันเยอะไหมครับ” ผมเริ่มการสนทนากับคลายเอินระหว่างการรับประทานอาหารมื้อค่ำ

“ไม่เยอะนะ มีอยู่แค่ 3 คนคือ มีน้องชาย ฉัน และก็ปู่ของฉัน ซึ่งทุกคนอาศัยอยู่แถบนี้ด้วยกันทั้งหมด”

“ช่วงหลังๆ นี้ น้องชายและปู่ของฉันหันมาทำเครื่องมือที่ใช้สำหรับการเกษตรอื่นๆ มากกว่า เช่น ขวาน จอบ เลื่อย เสียม และพลั่ว”

“เพราะอะไรล่ะครับ” ผมถาม

“คิดว่ามีดของเขาคงไม่ได้รับความนิยมกระมัง ทำมาเท่าไหร่ก็ยังเหลืออยู่เท่านั้น แต่พอพวกเขาหันมาทำเครื่องมืออื่น กลับมีคนนิยมใช้มากกว่า ส่วนฉันนั้นก็ตีมีดอย่างเดียวไม่ทำอย่างอื่น เพราะยังมีคนนิยมมีดของฉันอยู่”

“แล้วมีที่อื่นอีกไหมครับ” ผมถามต่อ

“ถ้าเมืองนี้มีแค่ฉันคนเดียวนะ เมืองอื่นๆ ก็มีเหมือนกัน แต่บางครั้งคนเมืองอื่นก็มาเอามีดฝีมือของฉันไปใช้ เพราะเท่าที่ฉันส่งไปเท่าไหร่ก็หมด ถามคนที่ร้านเขาก็บอกว่ามีคนจากเมืองอื่นมาเอาไปด้วย”

“บริเวณที่ฉันอยู่ตรงนี้เป็นแหล่งที่มีแร่เหล็กมากที่สุด เราสามารถขุดเอาแร่จากตรงไหนก็ได้”

“อ๋อ! ผมเข้าใจแล้วครับว่าทำไมคุณถึงได้เลือกมาอยู่แถวนี้” ผมพูด

“ใช่แล้ว! แต่เวลาที่ฉันเตรียมแร่เพื่อเอามาถลุงเป็นเหล็ก ฉันไม่ได้ขุดเอาทั่วๆ ไปจากแถวนี้นะ”

“อ้าว! ทำไมล่ะครับ” ผมถาม

“ถึงแม้ว่าแร่เหล็กจะมีอยู่ทั่วไปในแถบนี้ แต่ใช่ว่าทุกที่จะมีคุณภาพที่เหมาะสมกับการเอาไปทำมีดของฉันได้” เขาตอบ

“คุณไปเอาจากที่ไหนหรือครับ”

“มันอยู่ห่างจากบ้านฉันไปอีกราวๆ 3 กิโลเมตร มันเป็นบ่อแร่เหล็กที่ฉันค้นพบโดยบังเอิญ เหล็กที่ได้จากบ่อนี้จะมีความแข็งและเหนียวกว่าเหล็กทั่วๆ ไป” เขาตอบ “ความคมและความแข็งของมันสามารถตัดเหล็กด้วยกันได้เลย”

“โอ้โห! ขนาดนั้นเลยหรือครับ” ผมอุทาน

“และนี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้มีดของฉันเป็นที่นิยมกระมัง” เขาพูด

“เธอลองไปเลือกดูสิ ในบรรดามีดทั้งหมดในห้องนี้มีอยู่เล่มหนึ่งกำลังรอเธออยู่” คลายเอินพูดพร้อมกับทำมือกวาดไปรอบห้อง