อารียา เมตายา เล่ม 1

อารียา เมตายา

"สู่การเป็นอารียา เมตายา"

เล่ม 1

ภาษาไทย · ๖๕.

๖๕.

ความธรรมดา

“เดี๋ยวค่ะทิม” เสียงโคฮารุเรียก

“ฝากระบอกไม้ปิดไม่สนิท เดี๋ยวฉันจะปิดให้ใหม่นะคะ” โคฮารุเดินมายืนตรงหน้าผม พร้อมกับเอื้อมมืออ้อมไปข้างหลังเพื่อปิดฝากระบอกไม้ให้เรียบร้อย ที่จริงผมคิดว่าจะฝากมันไว้กับเธอก่อน แต่ก็ช่างมันเถอะ มันไม่ได้หนักอะไร

“ให้มันติดตัวคุณไว้น่ะดีแล้วค่ะ” โคฮารุตอบสิ่งที่ได้ยินจากความคิดผม

ผมจึงใช้จังหวะนี้เอามือทั้งสองข้างโอบกอดร่างของเธอไว้

“ผมรักคุณครับ” ผมพูดกับเธอเบาๆ

“ฉันก็รักคุณค่ะ ฉันจะอยู่ข้างๆ คุณตลอดเวลานะ” เธอกระซิบพร้อมกับกอดผมแน่น

“ครับ”

ผมรู้สึกได้ถึงความอาลัยอาวรณ์ของเธอ เธอกอดผมแน่นจนรู้สึกว่าเธอไม่อยากจะปล่อยมือออกจากตัวผม

“คงได้เวลาแล้วล่ะ” คลายเอินพูดขึ้น หลังจากที่รู้สึกว่าผมกับโคฮารุอยู่ในท่านั้นนานพอสมควรแล้ว

ผมลาเธอและทุกคนอีกครั้ง แล้วก็มุ่งหน้าตรงขึ้นบันไดไป ผมหันกลับไปมองทุกคนเป็นระยะๆ แต่ก็ยังคงเห็นพวกเขายืนโบกมือลาผมอยู่ตลอดเหมือนกับมีอะไรเป็นพิเศษ

บันไดทางขึ้นสู่สถานที่แห่งนี้ทำจากหินแกรนิตขนาดใหญ่ ดูจากขนาดแล้วแต่ละก้อนน่าจะหนักหลายตัน มันถูกนำมาวางเรียงซ้อนๆ กันขึ้นไป โดยผิวด้านบนของมันถูกสลักเป็นขั้นบันไดเล็กๆ ขนาดพอดีกับการก้าวเดินของคนปกติ บันไดนี้มีความกว้างประมาณ 2 เมตร ขอบกันตกถูกสลักเป็นลวดลายของพืชพันธุ์นานาชนิดไว้อย่างวิจิตรบรรจง

ตลอดทางขึ้นทั้งสองข้างนี้มีสวนดอกไม้ที่มีสีสันสวยงาม ทุกต้นเหมือนถูกจัดวางไว้อย่างตั้งใจ พืชพันธุ์ไม้ดอกที่ขึ้นอยู่ตรงนี้ดูมีความสมบูรณ์มากเพราะว่ากิ่งก้านของมันดูอวบอิ่มเปล่งปลั่ง สีสันของกลีบดอกก็ดูจัดจ้านสดใส ถึงแม้ว่าสวนแห่งนี้ไม่ได้ถูกจัดวางเป็นแถวเป็นแนวเหมือนกับสวนดอกไม้ทั่วๆไป แต่ก็ดูมีจังหวะจะโคน มีสูงมีต่ำ มีอ่อนมีแก่ แล้วยิ่งตอนนี้เป็นช่วงที่แดดกำลังทอแสงลงมาก็ยิ่งดูเป็นภาพที่งดงาม

บันไดนี้ทอดยาวขึ้นไปตามความชันของภูเขา ผมเดินผ่านช่วงแรกที่เป็นสวนดอกไม้มาแล้ว ระยะทางช่วงแรกน่าจะแค่ 200-300 เมตร เท่าที่ประเมินจากความสูงทั้งหมด ผมน่าจะอยู่แค่เชิงเขาเท่านั้น

ถัดจากช่วงแรกที่เป็นสวนดอกไม้ก็เข้าสู่เขตที่เป็นป่า ภาพบันไดหินที่หายเข้าไปท่ามกลางต้นไม้ขนาดใหญ่สูงชะลูดซึ่งแต่ละต้นน่าจะมีอายุหลายพันปีหรือกว่านั้น ทำให้ผมนึกถึงเสาวิหารโรมันที่เรียงรายกันเป็นแท่งๆ ทันทีที่เดินเข้าไปในนั้นผมก็รู้สึกได้ถึงความเย็นและความชื้นของอากาศ

ผมใช้เวลาเดินในช่วงของป่านี้ราวๆ หนึ่งชั่วโมงจึงพ้นออกมาพบกับภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าบนเขาสูง เมื่อมองขึ้นไปด้านบน คำนวณคร่าวๆ น่าจะยังเหลือระยะทางอีกประมาณ 1 ใน 4 ของที่เดินมาทั้งหมด ผมจึงถือโอกาสนี้หยุดพัก เมื่อมองสำรวจรอบๆ และมองลงไปเบื้องล่าง ผมสามารถเห็นทัศนียภาพของเมืองทั้งเมืองได้อย่างชัดเจน มองไปได้ไกลจนสุดลูกหูลูกตา ด้านบนนี้ลมพัดค่อนข้างแรงและอากาศก็ค่อนข้างเย็น

“ยินดีต้อนรับครับ” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลังผม

ผมรีบหันกลับไปตามเสียงนั้นทันที เจ้าของเสียงนั้นคือผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งสวมเสื้อคลุมตัวยาวเกือบถึงพื้น สวมหมวกทรงกรวยมียอดแหลม เนื้อผ้าทั้งเสื้อคลุมและหมวกมีลักษณะแวววาวเป็นสีทองอร่ามไปทั้งตัว มีอัญมณีเม็ดใหญ่ประดับอยู่ที่กลางหน้าผากและที่คอจนถึงหน้าอกอยู่หลายเม็ด เขามีหน้าตาหล่อ จมูกโด่ง ผมสีดำหยักศกยาวย้อยลงมาด้านข้าง ดูจากวัยเมื่อเทียบกับคนที่โลกของผมแล้วเขาน่าจะอายุประมาณสัก 30 ปี แต่ถ้าให้เดาจากเทคนิคการดูอายุของคนบนโลกนี้ เขาน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 7 แสนปีแล้วแน่นอน เพราะหางคิ้วของเขายาวลงมาด้านข้างเล็กน้อย

เมื่อประเมินจากการแต่งกายแล้ว ชายคนนี้จะต้องเป็นบุคคลพิเศษมากๆ ด้วย ผมไม่ทันสังเกตว่าเขามายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะตอนที่ขึ้นมาไม่เห็นมีใคร และไม่มีที่ตรงไหนให้หลบเลยเพราะมันเป็นทุ่งหญ้าโล่งๆ

“สวัสดีครับ คุณเป็นใครครับ” ผมถามเพราะรู้สึกว่าการแต่งกายของเขาดูพิเศษกว่าทุกคนที่เคยเจอมา

“ผมชื่อรุทอนครับ ผมคือคนที่คุณจะต้องมาพบนั่นแหละครับ” เขาตอบ

“…..!!”

“นี่คุณคือรูปธรรมชั้นสูงที่ผมต้องมาพบอย่างนั้นหรือครับ!!”

“ทำไมหรือครับ” เขาถามกลับ

“ผมคิดว่าผมจะต้องมาพบคุณในแบบที่เป็นพิธีรีตองมากกว่านี้เสียอีก” ผมพูด

“อย่างไรหรือครับ” เขาถาม

“คือผมจินตนาการว่าจะต้องเข้าไปพบคุณในวิหารใหญ่นั่น โดยที่คุณจะนั่งรอผมบนบัลลังก์ของคุณ อะไรทำนองนั้นน่ะครับ”

“ฮ่าๆๆ แบบการเข้าพบพระราชาอย่างนั้นน่ะหรือ” เขาพูดกึ่งหัวเราะ

“คุณรู้สึกผิดหวังล่ะสิที่ไม่เหมือนกับที่คิดไว้” เขาถาม

“เปล่าครับ แค่ผิดคาดเท่านั้น” ผมตอบ

“เป็นอย่างไรบ้างครับ เอ่อ…ผมหมายถึงประสบการณ์บนโลกใบนี้” เขาถามขึ้นพร้อมกับเดินมายืนข้างๆ ผม แล้วมองลงไปยังเมืองที่อยู่ด้านล่าง

“เป็นประสบการณ์ที่มหัศจรรย์ที่สุดในชีวิตของผมเลยครับ” ผมตอบ

“คุณชอบไหม” เขาถามต่อ

“ผมว่ามันเกินกว่าคำว่าชอบเสียอีกครับ”

“อะไรบ้างล่ะ”

“ถ้าถามว่าอะไรบ้าง ผมว่าทุกๆ อย่างนั่นแหละครับ ผมว่ามันสมบูรณ์แบบจนหาที่ติไม่ได้เลยครับ”

“ถึงแม้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่นี่จะดูเรียบง่ายไม่ซับซ้อนอะไร แต่มันก็สมบูรณ์ในแบบที่มันควรจะเป็นครับ” ผมตอบ

“ในสายตาของคุณอาจจะมองว่ามันเรียบง่ายไม่ซับซ้อน แต่ที่จริงมันได้ผ่านกระบวนการกลั่นกรองจนรอบด้าน พิจารณาถึงผลได้ผลเสียในทุกมิติของสังคมตั้งแต่ระดับล่างสุดจนถึงระดับบนสุด มีการคำนวณด้วยค่าตัวแปรทุกอย่างตั้งแต่กายภาพไปจนถึงพลังงาน จนถึงรูปแบบท้ายที่สุดที่ดูเหมือนเป็นความธรรมดาอย่างที่คุณเห็นนี่แหละครับ” เขาพูด

“นักปราชญ์ที่ได้ชื่อว่า รอบรู้ที่สุด ฉลาดที่สุด มีกระบวนการคิดที่ซับซ้อนที่สุด ที่เคยดำรงชีวิตอยู่บนโลกของคุณ ท้ายที่สุดทุกคนก็ล้วนแต่กลับมาใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแบบนี้ทั้งสิ้น” เขาอธิบาย