อารียา เมตายา เล่ม 1

อารียา เมตายา

"สู่การเป็นอารียา เมตายา"

เล่ม 1

ภาษาไทย · ๔๘.

๔๘.

โลกต้นแบบ

๔๘. โลกต้นแบบ

“ที่จริงในอดีตที่โลกของเธอก็เคยมีวิถีชีวิตเช่นเดียวกับคนที่นี่ สืบเนื่องมาจากมนุษย์กลุ่มแรกๆ ที่พวกเราพาไปอยู่ที่นั่น” คลายเอินพูด

“พวกคุณพาไป?? หมายว่ามนุษย์คู่แรกพวกคุณพาไปจากที่นี่งั้นหรือครับ” ผมถาม

“ไม่ใช่แค่คู่เดียวอย่างที่เธอเข้าใจ พวกเราพาพวกเขาไปอยู่ที่นั่นจำนวนหลายคู่” เขาตอบ

“ถ้าอย่างนั้นตำนานเกี่ยวกับมนุษย์คู่แรกคืออดัมกับเอวาก็ไม่ถูกต้องน่ะสิครับ” ผมถาม

“ถูกสิ ทำไมถึงไม่ถูกล่ะ ก็มีมนุษย์กลุ่มอดัมกับเอวาอยู่จริงๆ” เขาตอบ

“เรื่องการมีมนุษย์เพียงคู่เดียวไงครับ” ผมถามต่อ

“ในพื้นที่ที่เขาไปอยู่ก็มีแค่เขาคู่เดียวจริงๆ เพราะมนุษย์ในยุคเริ่มต้นก็เริ่มจากแค่คู่เดียวในแต่ละพื้นที่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่อื่นๆ ทวีปอื่นๆ จะไม่มี”

“การที่พื้นที่อื่นๆ ไม่ได้บันทึกไว้ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มี ส่วนที่มีการบันทึกไว้เขาก็บันทึกแค่ในส่วนของเขา โลกมันออกจะกว้างใหญ่ไพศาล” เขาอธิบาย

“แล้วตำนานเกี่ยวกับการสร้างโลกสร้างมนุษย์ของพระเจ้าที่ผมเคยรู้มาก็ไม่ถูกต้องด้วยสิครับ” ผมถาม

“ที่จริงมันถูกต้องตรงตามที่เธอเคยรู้มาเกือบจะทุกประการ แต่อาจจะมีเพียงบางสิ่งบางอย่างที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนเท่านั้น เช่น ในช่วงเริ่มต้นของการสร้างจักรวาล ดาวโลกทึงร่าดวงนี้เป็นเพียงระบบสุริยจักรวาลเดียวที่โคจรรอบแกนกลางของกาแล็กซี่ทางช้างเผือก ซึ่งพระองค์ได้กำหนดให้มันมีสภาพภูมิประเทศภูมิอากาศทุกอย่างเหมือนกับที่เธอเห็นอยู่ในตอนนี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย โลกนี้จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า โลกต้นแบบ”

“ถึงแม้ว่าจะมีโลกที่สมบูรณ์แบบดำรงอยู่ที่ตำแหน่งแกนกลางของกาแล็กซี่ทางช้างเผือกแล้ว แต่มันก็ยังมีลักษณะการหมุนที่ไม่สมดุลอยู่ดี ภายหลังพระองค์จึงทรงสร้างระบบสุริยจักรวาลที่เหมือนกันขึ้นมาอีกหนึ่งระบบและนำไปติดตั้งไว้ที่ตำแหน่งตรงกันข้ามเพื่อถ่วงดุลให้แกนกลางนี้มีความสมมาตร”

“และเมื่อโลกด้านตรงข้ามมีความพร้อมที่จะมีมนุษย์ไปดำรงอยู่ พระองค์จึงให้เราพามนุษย์จำนวนหนึ่งไปอยู่ที่นั่น มนุษย์พวกแรกที่ไปอยู่มีความแตกต่างกันทางกายภาพเพื่อให้เกิดความหลากหลาย คือ 1.คู่ที่มีผิวขาวผมสีทอง 2.คู่ที่มีผิวสีน้ำตาล (แดง) ผมสีดำแดง 3.คู่ที่มีผิวสีทอง (เหลือง) ผมสีดำ และสุดท้ายคือ 4.คู่ที่มีผิวสีดำผมสีดำ เราได้นำไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกระจายทั่วทั้งสี่มุมโลก คนเหล่านี้เราได้คัดสรรมาจากหนุ่มสาวแรกรุ่นที่สมัครใจ”

“แต่โลกด้านตรงข้ามนี้ พระองค์ได้กำหนดให้เป็น โลกแห่งความไม่รู้ หรือเรียกอีกอย่างว่า โลกเสมือน ด้วยการกำหนดค่าโครงข่ายสนามแม่เหล็กไฟฟ้าให้ต่ำกว่าดาวโลกทึงร่ามาก เมื่อมีโครงข่ายสนามแม่เหล็กต่ำ ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่นจึงมีความไม่รู้หรือลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนเองเคยเป็น ลืมว่าแท้จริงแล้วพวกเขาเคยเป็นใคร ลืมแผนการที่เคยวางร่วมกันมา ลืมสถานที่ที่เปรียบเสมือนบ้านเกิดของตัวเอง เป็นต้น”

“และตรงนี้นี่เองที่เป็นจุดสำคัญ เพราะเมื่อพวกเธอลืมทุกอย่างจึงเท่ากับไม่สามารถเข้าถึงองค์ความรู้แห่งจักรวาลได้อีกต่อไป เท่ากับเธอได้ตัดขาดจากความรู้สากลไปโดยปริยาย”

“แสดงว่าพวกผมเคยรู้แต่ปัจจุบันไม่รู้แล้วใช่ไหมครับ ช่วยอธิบายหลักการของมันหน่อยได้ไหมครับว่ากลไกเป็นอย่างไร ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ แล้วสนามแม่เหล็กที่ห่อหุ้มโลกนั้นเกี่ยวอะไรด้วย” ผมถาม

“ฉันจะอธิบายลักษณะทางกายภาพของสนามแม่เหล็กโลกก่อนนะ ฉันอยากให้เธอนึกภาพว่า สนามแม่เหล็กโลกนี้เป็นเหมือนฟองสบู่ขนาดใหญ่ที่ห่อหุ้มดาวโลกไว้ ลักษณะรูปร่างของมันก็จะแปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาเมื่อเกิดการปะทะจากปัจจัยภายนอก”

“โครงข่ายแม่เหล็กโลกนี้แท้ที่จริงเป็นเหมือนสายใยโครงข่ายที่จะเชื่อมโยงกระแสจิตของมนุษย์ที่อาศัยอยู่บนพื้นผิวโลกให้สามารถสื่อสารกับโครงข่ายสากลได้ ถ้าเรานับเฉพาะมนุษย์ปรกติที่ไม่ได้มีพลังอำนาจทางจิตที่เข้มข้นเป็นพิเศษ เราสามารถวัดค่าความรู้ความเข้าใจในความจริงของมนุษย์ในโลกนั้นๆ ได้จากปริมาณการยกตัวสูงขึ้นของสนามแม่เหล็กโลกนี่แหละ โลกไหนยิ่งมีค่าความเข้มของสนามแม่เหล็กสูงมาก มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในโลกใบนั้นก็จะยิ่งมีความฉลาดมากขึ้น ที่ผ่านมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันดาวโลกไกอามีค่าความสูงของสนามแม่เหล็กโลกเพียงแค่ 3 ใน 12 ส่วนของดาวโลกทึงร่าเท่านั้น”

“และที่เธอถามว่าแล้วสนามแม่เหล็กโลกนั้นเกี่ยวข้องกันอย่างไรกับความฉลาด ฉันพอจะอธิบายได้ว่า กระแสความคิดของเธอนั้นต้องการ สื่อ เพื่อที่จะใช้เดินทางระหว่างที่มันกำลังเสาะแสวงหาคำตอบ สนามแม่เหล็กโลกก็คือสื่อหรือตัวนำที่จะทำให้กระแสความคิดของเธอเดินทางได้ การที่โลกของเธอมีสนามแม่เหล็กโลกที่ต่ำจึงทำให้มันไม่สามารถไปเชื่อมต่อกับโครงข่ายอื่นๆ ที่เป็นโครงข่ายสากลได้ ความรู้ที่เธอมีหรือสามารถรับรู้ได้จึงเป็นเพียงความรู้ที่มีขอบเขตเฉพาะในโลกของเธอเท่านั้น ในคัมภีร์โบราณของพวกเธอได้มีการบันทึกไว้ว่า เมื่อเธอมาอยู่ที่โลกแห่งนี้ พวกเธอก็เหมือนถูกตัดขาดจากการมีความสัมพันธ์กับพระเจ้า ซึ่งนั่นก็คือการไม่สามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายสนามแม่เหล็กสากลได้นั่นเอง”

“ปัจจัยเหล่านี้จะมีผลเฉพาะบุคคลที่เป็นมนุษย์ปรกติทั่วไปเท่านั้นนะ แต่ถ้าเป็นกรณีของมนุษย์ที่ได้รับการฝึกฝนแบบพิเศษเขาจะมีกระแสความคิดที่เข้มข้นมากกว่า บุคคลเหล่านั้นถึงแม้จะไม่มีสนามแม่เหล็กช่วยเป็นสื่อกลาง เขาก็สามารถส่งกระแสความคิดทะลุทะลวงเพื่อไปเชื่อมต่อกับโครงข่ายสนามแม่เหล็กสากลได้”

“แล้วค่าความเข้มข้นของสนามแม่เหล็กโลกนี้มาจากไหนครับ” ผมถาม

“ไหนเธอลองอธิบายให้ฉันฟังบ้างสิ ถามเองแล้วลองตอบด้วยตัวเองดูบ้าง” คลายเอินเปลี่ยนสถานภาพของผมจากผู้ถามมาเป็นผู้ตอบ

“เอ่อ…” ผมคิดสักพักหนึ่ง

“ปฏิกิริยาการระเบิดที่แกนโลกใช่ไหมครับ” ผมตอบจากความคิดที่แว้บขึ้นมา

“เก่งมาก แสดงว่าเธอเริ่มใช้กลไกการเข้าถึงความรู้สากลได้บ้างแล้ว” เขากล่าวชมเชย