๒๖.
1669 ต่อชั่วโมง
“ครับทราบแล้วครับ” ผมตอบ
“สรุปภารกิจอันดับแรกคือ การสร้างเงื่อนไขเพื่อกระตุ้นให้มนุษย์รักกัน” เขาพูดย้ำ
“ด้วยการสร้างภัยพิบัติเนี่ยนะ ผมว่าดูเป็นการกระทำที่โหดร้ายมากกว่านะครับ แล้วทำไมพวกรูปธรรมเหล่านั้นถึงไม่ส่งพลังด้านบวกเพื่อเสริมส่วนที่ขาดไปแทนล่ะครับ พวกเขาก็น่าจะมีอำนาจในการสร้างได้อย่างไม่มีขีดจำกัดไม่ใช่หรือ” ผมแย้ง
“วิธีการที่ดีที่สุดคือการให้พวกมนุษย์บนโลกได้มีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้วยตัวเอง ฉันจะเปรียบเทียบให้เธอฟังอย่างนี้นะ เทียบกับการเลี้ยงลูกสักคนหนึ่ง เธอเคยมีลูกไหม” เขาถาม
“ยังไม่เคยครับ” ผมตอบ
“สมมุติว่ามีแล้วกัน ถ้าเธอจะเลี้ยงเขาให้หากินเองได้ หากเธอหาอาหารมาให้เขากินตลอดเวลา เธอคิดว่าอนาคตลูกของเธอจะทำเป็นไหม”
“วิธีที่ดีที่สุดคือการให้เขาได้ลองหาหรือทำอาหารกินด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าบางครั้งลูกของเธออาจจะต้องผ่านประสบการณ์ของความอดอยากหิวโหยบ้างนั้น ก็เพื่อการพัฒนาทักษะที่จะทำให้เขาอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างแท้จริง” โยชิดะอธิบาย
“แต่ถ้าต้องทำให้คนตายเพื่อให้อีกคนมอบความรักออกมา ผมว่ามันไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไหร่ คนที่ตายหรือได้รับความเสียหายเป็นฝ่ายถูกกระทำ เขาไม่ได้ทำผิดอะไรสักหน่อย” ผมแย้ง
“เธอรู้ได้อย่างไรว่าไม่ยุติธรรม” เขาบอก
“เธอรู้ไหมว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นคือภาพจิ๊กซอว์ของจักรวาล คนที่เหมาะสมที่จะเป็นผู้แสดงจะได้รับการจัดสรรให้ไปอยู่ที่นั่นเวลานั้นพอดี ส่วนคนที่เหมาะสมที่จะเป็นผู้ดูก็จะได้รับเลือกให้ไปประสบกับเหตุการณ์เหล่านั้นพอดีเช่นกัน เหมือนกับเธอและฉันที่มาอยู่ที่นี่ได้ เราต่างก็เป็นชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ของกันและกันเหมือนกัน” เขาอธิบาย
“เอาล่ะ เรากลับมาที่อีกภารกิจหนึ่งที่เหล่ารูปธรรมสมาพันธ์ฯ เขาทำกันต่อดีกว่า สิ่งนั้นคือการเข้าไปปรับสมดุลทางกายภาพของโลก ก่อนอื่นเธอต้องเข้าใจก่อนว่า โลกของเราตอนนี้มีน้ำหนักมวลที่ไม่สมดุล ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการเคลื่อนย้ายน้ำหนักมวลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง หรือบางทีก็นำบางสิ่งออกมาเผาผลาญให้สูญสิ้นไป เช่น การระเบิดภูเขาเพื่อนำไปสร้างตึก และการสร้างเขื่อนเพื่อปิดกั้นการไหลของมวลน้ำ หรือการขุดเจาะน้ำมันเอามาใช้ ทั้งหมดล้วนเป็นการสร้างและลดน้ำหนักมวลที่มีผลต่อการหมุนของโลกโดยตรงทั้งสิ้น เธอลองเปรียบเทียบกับการหมุนของล้อรถยนต์สิ เวลาที่มันหมุนด้วยความเร็วสูง หากมันไม่สมดุล เราจะพบว่ามันแกว่งหรือส่ายไปมา วิธีแก้คือเราจะต้องเอาตะกั่วแท่งเล็กๆ ไปเสียบไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม ต้องตำแหน่งที่ถูกต้องเหมาะสมเท่านั้นนะ ล้อนั้นถึงจะนิ่ง ไม่ส่ายไปส่ายมา”
“โลกของเราก็เช่นเดียวกัน โลกของเราหมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วที่สูงมาก เธอเคยคิดบ้างไหมว่า ขณะที่เธอยืนอยู่บนพื้นผิวโลกนั้น เธอเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าไหร่” โยชิดะถามแล้วหยุดเหมือนจะรอคำตอบ
“เอ่อ…ไม่ทราบครับ” ผมไม่ทันตั้งตัวที่จะตอบ และก็ไม่รู้ด้วยว่าเท่าไหร่
“เส้นรอบวงของโลกเรายาวทั้งสิ้น 40,077 กิโลเมตร อัตราการหมุนรอบตัวเองของโลกเราเท่ากับ 24 ชั่วโมงต่อหนึ่งรอบ เราเอา 40,077 ตั้งหารด้วย 24 จะได้เท่ากับ 1,669 กิโลเมตร นั่นก็หมายความว่า หากเรายืนอยู่เฉยๆ ณ จุดใดจุดหนึ่งบริเวณเส้นศูนย์สูตร ก็เท่ากับว่าเรากำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 1,669 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอยู่นะ เธอว่าเร็วไหม เครื่องบินที่เร็วที่สุดที่เธอมีอยู่ตอนนี้ยังทำความเร็วได้ไม่ถึงครึ่งของความเร็วนี้เลย”
“ในเมื่อโลกของเรามีการหมุนรอบตัวเองอย่างต่อเนื่องด้วยอัตราความเร็วคงที่มานานเป็นแสนๆ ล้านๆ ปี หากอยู่ดีๆ มีการยกเอาแท่งตะกั่วที่เคยเสียบไว้ตรงนั้นตรงนี้ออก แล้วเอาไปเสียบที่ใหม่หรือโยนทิ้งไป เธอคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้น โลกจะเกิดการเสียสมดุล มีการแกว่งและส่ายอย่างแน่นอน อัตราความเร็วและองศาการเอียงของแกนโลกนั้นมีผลโดยตรงกับฤดูกาล มีผลกับการไหลเวียนของกระแสน้ำอุ่นน้ำเย็น มีผลกับคลื่นแม่เหล็กที่ปลดปล่อยออกมา มีผลกับกระแสลม กระทั่งมีผลกับการขยับตัวของแผ่นเปลือกโลก ทุกวันนี้เหล่ารูปธรรมสมาพันธ์ฯ ทุกคนต้องทำงานกันอย่างหนัก เธอรู้ไหม พวกเขาทำงานกันแบบไม่มีเวลาพักกันเลยแม้สักวินาทีเดียว ภารกิจนี้สำคัญมาก เพราะมันเดิมพันด้วยความอยู่รอดของจักรวาลและเอกภพกันเลย หากพวกเขาปล่อยให้โลกของเราเกิดการแกว่งตัวจนพลิกคว่ำพลิกหงายหรือหลุดกระเด็นออกจากวงโคจรไป ระบบของเอกภพจะพลอยได้รับความเสียหายตามไปด้วย”
“ภารกิจหลักของเหล่ารูปธรรมสมาพันธ์ฯ คือการเข้าไปแทรกแซงกระบวนการทั้งก่อนและหลังการกระทำของมนุษย์โลก เช่น การเข้าไปเป็นอุปสรรคกับโครงการต่างๆ ก่อนที่มันจะเกิดขึ้น ซึ่งวิธีนี้มักไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่ เพราะสุดท้ายมนุษย์ก็ทำอยู่ดี”
“ขณะนี้โลกของเราเข้าสู่โหมดของการปรับสมดุลทางกายภาพแล้ว ที่จริงมันเข้าสู่โหมดนี้มาหลายปีแล้ว ดังนั้นปฏิบัติการขั้นต่อไปจะไม่ใช่แค่การดลใจให้ทำโน่นทำนี่ หรือขัดขวางไม่ให้เกิดสิ่งนั้นสิ่งนี้แล้ว เพราะพวกมนุษย์นั้นดื้อและมีอัตตาสูงมาก”
“ฉันว่าตอนนี้ที่โลกของเราไม่ปลอดภัยมากๆ หายนะกำลังรุมเร้าอยู่รอบด้าน ไม่ว่าจะปัญหาสงคราม ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาสังคม ปัญหาเกี่ยวกับโรคระบาดร้ายแรง ปัญหาศีลธรรม โดยเฉพาะปัญหาด้านความสุข เรากำลังหลอกตัวเองว่าเรามีความสุขจากสิ่งอำนวยความสะดวกที่เรามี ทั้งที่จริงแล้วเราไม่ได้มีความสุขอย่างแท้จริงเลยแม้แต่น้อย เราแค่สบายขึ้นเท่านั้น ความสุขที่แท้จริงต้องเป็นอย่างที่ฉันกำลังเป็นอยู่นี้ เธอเห็นไหมว่า ฉันมีครอบครัวที่อบอุ่น มีคนรักอยู่ใกล้ชิด มีอาหารที่อุดมสมบูรณ์และไร้สารพิษ มีอากาศที่บริสุทธิ์ ฉันไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่านี้ เวลาของฉันทั้งหมดในแต่ละวันมีไว้เพื่อทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น”
“และที่สำคัญที่สุดคือ ตอนที่ฉันอยู่ที่โน่น ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่าอะไรเลยเมื่อย้อนกลับไปคิดถึงมัน ตอนนั้นฉันคิดว่าตัวเองนั้นเก่งที่สุด ฉันพยายามเรียนหนังสือให้เก่ง สอบให้ได้คะแนนดีๆ เพื่อที่จะได้ทำงานดีๆ การที่ฉันได้มาเป็นนักบินก็เพราะว่าฉันเป็นคนเก่ง เขาจึงเลือกฉัน”
“แต่เมื่อพิจารณาดูจริงๆ ที่ฉันทำทุกอย่างนั้นก็เพื่อตัวเอง ไม่เคยมีความคิดส่วนไหนเลยที่คิดจะทำเพื่อคนอื่น ผิดกับตอนนี้ที่ฉันมาอยู่ที่นี่ ทุกวินาทีในชีวิตฉันมีโอกาสได้ทำเพื่อคนอื่น ถึงแม้ว่างานของฉันจะดูต่ำต้อย ไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนสมัยที่ฉันอยู่บนโลก” เขาพูดออกมาเหมือนกำลังระบายความในใจ
“งานของคุณคืออะไรครับ” ผมถาม
“งานของฉันคือดูแลพื้นที่ป่าและเส้นทางสัญจรในบริเวณที่ฉันรับผิดชอบให้สะอาดเรียบร้อย ไม่ให้มันรกรุงรังอยู่ตลอดเวลา”
“อ๋อๆๆ ผมเข้าใจแล้ว ก็สงสัยอยู่ว่า ป่าและเส้นทางเดินพวกนี้ทำไมถึงได้ดูสะอาดเรียบร้อย ไม่มีกิ่งไม้หักล้มขวางทาง ไม่มีวัชพืชขึ้นปกคลุม มันดูเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนมีคนคอยเก็บกวาดอยู่เสมอ”
“ถูกต้องแล้ว ดังนั้นเวลาที่เธอเดินทาง ถ้ายังเห็นว่าเส้นทางนั้นดูสะอาดเรียบร้อย ให้เธออุ่นใจได้เลยว่ามีคนดูแลอยู่ แล้วเธอก็สามารถใช้บ้านของทุกๆ คนที่ดูแลเส้นทางเหล่านั้นเป็นที่พักได้ ทุกคนที่เป็นเจ้าของบ้านจะยินดีต้อนรับเธอเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องที่นอนและเรื่องอาหาร” โยชิดะอธิบาย
“ไม่ว่าเธอจะเดินทางไปไหนในโลกใบนี้ เธอไม่จำเป็นต้องนำอาหารพกติดตัวไปด้วย”
“ไปพักได้ทุกบ้านเลยหรือครับ อย่างนี้เขาไม่กลัวโจรหรือคนที่คิดไม่ดีจะแอบแฝงเข้ามาหรือครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านของคุณที่มีผู้หญิงอยู่ตั้ง 2 คนน่ะครับ” ผมถาม