๔๙.
รหัส 666
“ถ้าเธอมีสายตาพิเศษที่สามารถมองเห็นสนามแม่เหล็กนี้ได้ เธอจะเห็นเหมือนว่าโลกของพวกเรากำลังหายใจอยู่เลย นั่นคือมีการพองตัวยามที่มีการระเบิด และยุบลงเมื่อไม่มีการระเบิดในแกนกลางโลก มันจะสลับเดี๋ยวยุบเดี๋ยวพองอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา”
“แต่การพองตัวสูงสุดของมันถึงอย่างไรก็จะไม่เกินค่าที่ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มต้น สำหรับดาวโลกไกอานั้นคือประมาณ 3 ใน 12 ส่วนของดาวโลกทึงร่า”
“มีข่าวดีและข่าวร้ายที่เธอจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับดาวโลกไกอา เธอจะเลือกฟังข่าวไหนก่อน?” คลายเอินถามเหมือนเล่นมุก
“ข่าวดีก่อนสิครับ มุกนี้เขาต้องฟังข่าวดีก่อนมันถึงจะสนุก” ผมตอบ
“ข่าวดีคือขณะนี้ดาวโลกไกอาของเธอได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนค่าความเข้มของสนามแม่เหล็กให้ยกตัวสูงขึ้น เป็นค่าที่เมื่อเปรียบเทียบกับดาวโลกทึงร่าแล้วจะเท่ากับ 6 ใน 12 ส่วน นั่นก็หมายความว่าต่อไปนี้มนุษย์ที่อาศัยอยู่ที่ดาวโลกไกอาจะมีความฉลาดมากขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัว”
“แล้วข่าวร้ายล่ะครับ” ผมถามต่อทันที
“ใจเย็นๆ สิพ่อหนุ่ม เธอไม่อยากรู้เลยว่าทำไมถึงมีการกำหนดค่าใหม่นี้” คลายเอินปราม
“ครับๆ อยากรู้ครับ”
“ที่ผ่านมาดาวโลกไกอาของเธอเกือบทำให้ระบบของจักรวาลทั้งระบบเกิดความเสียหาย เพราะค่าความเข้มทางพลังงานที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากโลกของเธอนั้นต่ำเกินค่ามาตรฐาน เนื่องจากจิตสำนึกของคนบนโลกตกต่ำถึงขีดสุดจนแทบจะไม่เหลือค่าพลังงานด้านบวกป้อนให้กับแกนโลกเลย เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ เหล่ารูปธรรมแห่งสมาพันธ์ฯ ที่ขันอาสาไปเป็นช่างเทคนิคเพื่อดูแลค่าพลังงานของดาวโลกไกอาต่างระดมกำลังเพื่อกอบกู้สถานการณ์ทางกายภาพในครั้งนั้นกันอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้โลกแกว่งตัวและกระเด็นหลุดออกจากแนวโคจรของมัน เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจครั้งนั้นแล้ว พวกเขาจึงได้รับอนุญาตจากพระองค์ให้ดำเนินการปรับเปลี่ยนค่าความเข้มสนามแม่เหล็กโลกของเธอเสียใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต”
“เอาล่ะ คราวนี้ก็ถึงเวลาของข่าวร้ายแล้ว” คลายเอินสร้างความตื่นเต้นให้ผมเล็กๆ
“ครับ” ผมตอบ
“ถ้าเธอรู้จักสังเกต บนดาวโลกของเธอในช่วงเวลานี้จะเต็มไปด้วยรูปธรรมชั้นสูงจากต่างดาว พวกเขาได้เดินทางมาจากดวงดาวอันไกลโพ้น มาจากทั่วทุกสารทิศของจักรวาล มาเพื่อช่วยกันปรับเปลี่ยนค่าโครงข่ายสนามแม่เหล็กโลกภายใต้รหัสปฏิบัติการว่า 666 เลขรหัสนี้มาจากปริมาณค่าความเข้มของสนามแม่เหล็กโลกของเธอที่จะถูกเปลี่ยนจาก 3 ใน 12 ส่วน มาเป็น 6 ใน 12 ส่วน หกตัวแรกคือค่าที่กำลังจะเปลี่ยน หกตัวที่สองคือค่าทางพลังงานที่เปรียบเทียบระหว่างดาวโลกทึงร่ากับโลกไกอาที่มีค่ามากกว่าอีก 6 ส่วน และหกตัวที่สามคือโลกของเธอจะต้องถูกแบ่งโซนในแนวดิ่งที่จะมีมนุษย์อาศัยอยู่อย่างหนาแน่นออกเป็น 6 โซน จากแต่เดิมมีเพียงแค่ 5 โซน”
“เดี๋ยวก่อนครับ ผมเคยเห็นรหัสนี้ปรากฏในสารลึกลับที่อ้างว่ามาจากเหล่าซาตานเผยแพร่ในโลกของผมอยู่เหมือนกัน มันเป็นอันเดียวกันหรือเปล่าครับ” ผมถาม
“คนที่มีญาณพิเศษบนโลกของเธอส่วนใหญ่จะสามารถรับรู้รหัสปฏิบัติการครั้งนี้ได้ โดยรหัสนี้ได้ถูกประกาศออกไปทั่วทั้งจักรวาลเพื่อให้ชนเผ่ารูปธรรมชั้นสูงเดินทางมาชุมนุมกัน มาช่วยกันปรับเปลี่ยนโครงสร้างดาวโลกไกอา แต่คนที่มีญาณพิเศษเหล่านั้นอาจจะไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของปฏิบัติการครั้งนี้ เขาเห็นแค่ภาพแห่งความหายนะครั้งใหญ่ เห็นภาพการล้มตายของผู้คนจำนวนมาก เห็นภาพของภัยพิบัติทุกรูปแบบ ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนจากความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน เขาเลยเข้าใจว่านี่คือรหัสของซาตานหรือเป็นรหัสแห่งความหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นกับโลกมนุษย์”
“และนี่คือข่าวร้ายที่เธอจำเป็นต้องรู้ มันคือข่าวร้ายที่สุดเท่าที่ฉันเคยบอกกับใครต่อใครมาในชีวิต เหตุการณ์ครั้งนี้จะถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของจักรวาลอย่างที่ไม่มีวันลืมกันเลย”
“มันร้ายแรงมากขนาดนั้นเลยหรือครับ” ผมถาม
“ฉันเองก็ไม่อาจอธิบายให้เธอเห็นภาพได้ว่ามันจะร้ายแรงขนาดไหน ฉันบอกได้แค่ว่าความรุนแรงของปฏิบัติการครั้งนี้จะเป็นรองก็แค่เหตุการณ์การสูญพันธ์ของสัตว์ตัวใหญ่ที่เคยอาศัยอยู่บนโลกของเธอเท่านั้น”
“ปฏิบัติการครั้งนี้พวกคุณจะทำอะไรบ้างครับ”
“มันจะเป็นลักษณะของการผสมโรงไปกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นทางธรรมชาติที่เป็นผลมาจากจิตสำนึกที่ตกต่ำของพวกเธอ ภารกิจของพวกเราคือจะคอยควบคุมไม่ให้เกิดความรุนแรงมากในบางพื้นที่และจะส่งเสริมให้ที่รุนแรงอยู่แล้วยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือเพื่อปรับแต่งน้ำหนักมวลของผิวดาวโลกให้เหมาะสม โดยลำดับเหตุการณ์ท้ายสุดของปฏิบัติการครั้งใหญ่นี้คือ จะเกิดภูเขาไฟระเบิดทั่วทุกมุมโลกพร้อมๆ กันมากเป็นประวัติการณ์ คล้ายๆ กับที่เคยทำให้สัตว์ที่เธอเรียกว่าไดโนเสาร์นั้นสูญพันธ์ เถ้าถ่านที่พ่นออกมาในชั้นบรรยากาศจะหนาแน่นมากจนแสงแดดไม่สามารถเล็ดลอดลงมาสู่พื้นผิวโลกได้ ทั่วทุกพื้นที่จะมืดมิดเป็นเวลานานถึง 56 วัน สิ่งมีชีวิต คน สัตว์ และพืชจะล้มตายกันอย่างมากมายมหาศาล ทั้งจากการอดอาหาร การเข่นฆ่ากันเพื่อแย่งชิงอาหาร และจากโรคระบาด สิ่งมีชีวิตจะเหลือรอดเพียงแค่ 1 ใน 3 ของทั้งหมดในปัจจุบัน โดยที่เหลือรอดก็จะได้รับความบอบช้ำพิกลพิการทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส กว่าทุกอย่างจะเข้าสู่สภาวะปรกติได้ต้องใช้เวลานานถึงหนึ่งชั่วอายุคนกันเลยทีเดียว โดยค่าความเข้มของสนามแม่เหล็กโลกภายใต้รหัสใหม่นี้จะมีผลเฉพาะมนุษย์ที่เหลือรอดและที่จะมาเกิดใหม่ภายหลังเหตุการณ์นี้ผ่านพ้นไปแล้วเท่านั้น”
“เหตุการณ์ทั้งหมดนี้มันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ครับ” ผมถาม
“มันเริ่มกระบวนการมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ขณะที่เรากำลังพูดคุยกันอยู่นี้ก็กำลังเกิดอยู่และทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ” เขาตอบ
“ผมหมายถึงวันที่โลกจะมืด วันที่จะเกิดความโกลาหลวุ่นวายที่สุดนั่นน่ะครับ”
“เหล่ารูปธรรมชั้นสูงที่เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่นั่น ทุกคนกำลังรอสัญญาณบางอย่างจากพระองค์ ซึ่งพระองค์ก็กำลังรอคอยอะไรบางอย่างอยู่เช่นกัน”
“รออะไรหรือครับ” ผมถาม
“พระองค์กำลังรอใครบางคน ใครบางคนที่จะสามารถนำพากลุ่มคนกลุ่มสุดท้ายที่เหลือรอดให้ข้ามไปสู่โลกหลังมหาภัยภิบัติครั้งนี้”
“เขาคือใครกันครับ”
“ถึงเวลานั้นเธอก็จะรู้เอง” คลายเอินตอบ
“ครับ”
“คุณคะ ฉันคิดว่าตอนนี้น่าจะได้เวลานอนกันแล้ว ทิมกับโคฮารุเดินทางมาทั้งวันคงต้องการพักผ่อนแล้ว” มัสสุดาเดินเข้ามาบอก
“เอาสิ ขอโทษที ฉันก็คุยเพลินไปหน่อย” คลายเอินกล่าวขอโทษ
“ผมยังไม่ค่อยง่วงเท่าไหร่เลยครับ” ผมตอบ
“แต่ฉันเริ่มง่วงแล้ว ไปนอนกันเถอะ” โคฮารุพูด
“ถึงอย่างไรมันก็สมควรแก่เวลาแล้วล่ะ ฉันเตรียมห้องนอนไว้เรียบร้อยแล้ว” มัสสุดาพูด
“ขอบคุณสำหรับการสนทนาดีๆ ในค่ำคืนนี้ ผมได้รับความรู้มากเลยครับ ขอบคุณสำหรับมีดเล่มนี้ และขอบคุณสำหรับอาหารค่ำที่แสนอร่อยด้วยนะครับ” ผมไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณคลายเอินและมัสสุดาก่อนที่จะแยกย้ายกันไปเข้านอน
บ้านของคลายเอินหลังใหญ่และมีหลายห้องเหมือนกับเตรียมพร้อมสำหรับการรับแขกหลายๆ คนพร้อมกัน จะบอกว่าที่นี่เป็นเหมือนโรงแรมขนาดเล็กก็น่าจะได้ มัสสุดาพาเดินไปตามทางเดินแคบๆ เพื่อไปยังห้องๆ หนึ่งในจำนวนทั้งหมดประมาณสิบห้อง
“ห้องนี้เป็นห้องประจำของโคฮารุเขา” มัสสุดาพูดขณะที่เปิดประตูห้องนั้น
“เชิญพักผ่อนตามสบายนะจ๊ะเด็กๆ ฉันขอตัวไปนอนก่อนล่ะ” มัสสุดากล่าวทิ้งท้าย
“ราตรีสวัสดิ์ครับ” ผมกล่าวลาตามมารยาท
“จ้า ราตรีสวัสดิ์เช่นกัน” เธอหันกลับมาตอบ
เมื่อกี้ผมบอกว่าผมยังไม่ง่วงเลย แต่คืนนี้เมื่อหัวถึงหมอนยังไม่ทันไรผมก็หลับเป็นตาย ส่วนโคฮารุนั้นเธอนอนกอดผมแน่นทั้งคืน ผมมารู้สึกตัวอีกทีก็ใกล้เวลาเช้าแล้วจากการปลุกของโคฮารุ
“ทิมคะ ร่วมรักกันนะคะ” โคฮารุกระซิบเบาๆ
ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ และก็ไม่มีคำพูดใดๆ กับเธอแม้แต่คำเดียว ผมใช้การกระทำของผมเป็นการแสดงออกแทนคำตอบว่า “ตกลง”
เช้าวันนี้เป็นอีกวันที่เราสองคนได้ร่วมบรรเลงบทเพลงแห่งความหรรษาทางเพศกันอย่างอิ่มเอม เสียงครวญแห่งความสุขของเธอดังออกมาจนทำให้ผมรู้สึกอายเจ้าของบ้าน แต่คิดในใจว่าที่นี่เขาคงไม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าอายอะไร ผมจึงไม่ได้พยายามห้ามปรามเธอเกี่ยวกับการส่งเสียง
เมื่อเสร็จภารกิจการสร้างเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต ท้องฟ้าก็สว่างพอดี ใบหน้าและเรือนร่างขาวใสของโคฮารุปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนจากแสงแดดอ่อนๆ ที่เล็ดลอดเข้ามาในห้อง เนื่องจากการออกแรงขับเคลื่อนร่างกายอย่างแรงในช่วงไม่กี่นาทีที่ผ่านมาทำให้หัวใจของผมยังคงเต้นแรงอยู่ ผมจึงปล่อยให้โคฮารุนอนต่อ ส่วนผมค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงอย่างแผ่วเบาเพื่อออกไปสูดอากาศภายนอกยามเช้า
ลักษณะทางเดินในบ้านของคลายเอินนี้มีทางเชื่อมยาว ถ้าผมเดินกลับไปตามทางเดิมที่มาเมื่อคืนก็จะผ่านห้องครัวและไปจบที่ห้องรับแขกกับห้องเก็บมีด แต่ถ้าเดินไปอีกทางก็ดูเหมือนจะมีทางออกอีกด้านหนึ่งเพราะเห็นแสงสว่างสาดเข้ามา ผมจึงคิดว่าจะลองเดินไปสำรวจอีกทางดูว่าจะมีอะไร
ทันทีที่พ้นชายคาบ้านมา ภาพตรงหน้าได้สะกดให้ผมต้องหยุดอยู่ตรงนั้น ด้านนอกนี้เป็นลานโล่งเกือบจะไม่มีต้นไม้เลย ผมสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ไกลสุดลูกหูลูกตา มองเห็นเนินเขาเตี้ยๆ สีแดงฉานสลับกันไปมา ประกอบกับท้องฟ้า ณ เวลานี้เป็นสีแดงอมชมพูสดเนื่องจากดวงอาทิตย์เพิ่งจะโผล่พ้นขึ้นจากขอบฟ้า มันเป็นภาพที่สวยงามแปลกตามากๆ เหมือนว่าโลกนี้ไม่ได้เป็นโลกแห่งความเป็นจริง น่าจะเป็นโลกแห่งจินตนาการในหนังแฟนตาซีมากกว่า