๘๘.
ดวงจิตที่ล่องลอย
“เรื่องทั้งหมดมันเกี่ยวเนื่องกัน เกี่ยวข้องกับเธอทั้งสองในขณะเดียวกันก็เกี่ยวกับฉันด้วย หล่อนคือดวงจิตที่เป็นสายสัมพันธ์ของเธอ หล่อนมาสื่อสารกับเธอในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งซึ่งตอนนั้นเธออาจจะอยู่ในช่วงวัยเยาว์ หล่อนก็เลยสำแดงภาพจำจากช่วงเวลานั้นออกมา รวมถึงจิตที่เป็นสายสัมพันธ์อื่นๆ ของเธอ พวกเขาต้องการให้เธอไปเป็นหนึ่งเดียวกับเขา ซึ่งมันก็เป็นความต้องการอย่างเดียวกับฉัน”
“ถ้าอย่างนี้จะเรียกว่า ดวงจิตที่เป็นสายสัมพันธ์ของผม (หล่อน) เป็นตัวท่านด้วยอย่างนั้นใช่ไหมครับ”
“ทั้งใช่และไม่ใช่”
“ถ้าจะพูดให้ตรงกับความเป็นจริงคือ ดวงจิตสายสัมพันธ์ของเธอเป็นส่วนหนึ่งของฉันมากกว่า”
“ขณะนี้ดวงจิตที่เป็นสายสัมพันธ์ของเธอดวงนี้กำลังรอคอยเธออยู่ หล่อนยังไม่ยอมมาเกิดที่ดาวโลกทึงร่านี้ เพราะหล่อนกำลังรอคอยการมาอยู่ร่วมกัน ซึ่งในกลุ่มของเธอทั้งหมดตอนนี้ขาดแค่เธอเพียงคนเดียว”
“ขาดผมคนเดียว!!”
“ใช่ ขาดเธอคนเดียว กลุ่มดวงจิตที่เป็นสายสัมพันธ์ของเธอก็จะสมบูรณ์ และทุกคนได้มาเกิดที่โลกนี้กันหมดแล้วยกเว้นเธอกับดวงจิตของหล่อนคนนี้ ตลอดเวลาเธอล่องลอยอยู่ในอวกาศเพื่อรอเวลาที่เธอกับหล่อนจะได้พบกัน”
“หล่อนได้อาศัยช่องทางการสื่อสารระหว่างเธอกับฉันเพื่อบอกความมีตัวตนของเธอผ่านกระบวนการที่เรียกว่าความฝัน”
“แล้วกลุ่มดวงจิตที่เป็นสายสัมพันธ์ของผมที่มาเกิดที่นี่ ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหนกันล่ะครับ”
“เธอจะได้พบกันแน่นอน อันที่จริงเธอก็เคยพบพวกเขามาแล้วเกือบทุกคน”
“ใครกันครับ ท่านคงไม่ได้หมายถึงคนที่ผมเจอในช่วงเวลาที่ผ่านมานะครับ”
“นั่นล่ะ ไม่ผิดเลยสักคน” เธอตอบ
“มีน นาพา โคฮารุ มัสสุดา เดอวิ้นซ์ ท่านหมายถึงคนเหล่านี้น่ะหรือครับ”
“ทุกคนที่เธอเอยชื่อมาใช่ทั้งหมด แต่ที่จริงมีมากกว่านั้น”
“ยกเว้นหล่อนคนนี้ที่รอคอยการกลับมาของเธอ ซึ่งตอนนี้หล่อนก็ได้มาเกิดในครรภ์ของภรรยาของเธอแล้ว”
“หา!! หมายความว่าเด็กผู้หญิงที่ล่องลอยอยู่ในอวกาศคนนั้น จะมาเกิดเป็นลูกของผมงั้นหรือครับ”
“ใช่”
“อ้าว! ถ้าอย่างนั้นเธอก็ไม่ใช่เนื้อคู่ที่รอคอยผมมานานแล้วสิครับ เพราะตอนนี้เธอกลายเป็นลูกผมไปแล้ว”
“การมาอยู่ร่วมกันในความหมายของจักรวาลอาจจะไม่ได้หมายถึงการมาเป็นสามีภรรยากันเท่านั้น เพราะว่าความรักของทุกคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ไม่มีอะไรที่ต่างกันเลยระหว่างความรักแบบสามีภรรยา ความรักแบบพ่อลูก หรือเพื่อนบ้านกัน”
“เมื่อหล่อนคนนั้นมาเกิดบนโลกใบนี้ เธอก็จะมีรูปร่างหน้าตาแบบที่เธอเห็นฉันอยู่ในตอนนี้ นี่คือภาพจิ๊กซอว์ของจักรวาลที่แอบเผยให้เธอเห็นก่อน ซึ่งจริงๆ เธอจะได้รู้ความลับนี้ก็ต่อเมื่อลูกของเธอเติบโตเป็นเด็กหญิงแล้วในอีก 9 ปีข้างหน้า”
“อ้อ! ผมเข้าใจแล้ว ผมสงสัยมาตลอดว่าเด็กผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน ทำไมถึงมาปรากฏต่อผมตลอด ที่แท้เรื่องมันเป็นอย่างนี้นี่เอง” ผมพูด
“ผมนึกขึ้นมาได้แล้ว หลายครั้งในชีวิตที่ผมเกิดวิกฤตการณ์แห่งความทุกข์ เธอจะมาปรากฏต่อผม มาปลอบใจผม ซึ่งบางครั้งผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เธอพูดนั้นหมายความว่าอะไร รู้แต่เพียงว่าเมื่อได้ยินเสียงของเธอแล้วมันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น สบายขึ้น”
“ล่าสุดผมเจอกับเธอตอนที่ผมอกหักจากแฟนเก่า ครั้งนั้นผมไม่ได้นอนมาหลายคืน ผมจำได้แม่นเพราะเหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดได้ไม่นาน เธอบอกผมประมาณว่า ความทุกข์ที่กำลังเกิดขึ้นกับผมในตอนนั้นเป็นเพียงแค่สิ่งที่ใช้เปรียบเทียบว่าความสุขที่แท้จริงเป็นอย่างไร ตอนนั้นผมฟังแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่มาถึงตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว เข้าใจมากๆ ด้วย เพราะว่าสภาวะแห่งความสุขแบบนิรันดร์นั้นกำลังอยู่รอบๆ ตัวผม”
“ครั้งนั้นเธอปฏิบัติต่อสถานการณ์นั้นได้ดี เธอยอมศิโรราบต่อความทุก้ เธอให้อภัยคนที่ทำให้เธอทุกข์ได้ด้วยใจบริสุทธิ์ เธอไม่ได้กระทำการใดๆ ให้เกิดการผูกกรรมต่อเธอคนนั้นอีก วาระกรรมหรือเงื่อนไขนั้นของเธอจึงเป็นโมฆะไป และเงื่อนไขนั้นก็ถือเป็นเงื่อนไขสุดท้ายที่เธอต้องเผชิญบนโลกใบนั้น นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเธอก็ไม่หลงเหลือภาระกรรมให้ต้องทดสอบอีก จิตวิญญาณของเธอได้ปลดเปลื้องพันธนาการจนหมดสิ้นแล้ว”
“เมื่อเธอเข้าสู่สภาวะแห่งการไร้ภาระกรรม เธอจึงมีโอกาสเลือกว่าจะยังอยู่บนโลกเดิมของเธอต่อไป หรือจะไปอยู่ยังโลกใหม่ที่มีแต่ความสุขและมีชีวิตเป็นนิรันดร์นี้เลย แล้วหลังจากนั้นเธอก็เลือก”
“ผมหรือครับที่เป็นคนเลือก”
“ใช่ เธอเลือกที่จะไปหยิบสิ่งพิมพ์นั้นจากฉัน เธอเลือกที่จะไปยังสถานที่ที่เป็นประตูทางเชื่อมแห่งนั้น เธอเลือกที่จะเดินและวิ่งรอบประตูนั้นตามเวลาที่กำหนด ถ้าวินาทีนั้นเธอไม่เลือกทำตามที่ฉันบอก เธอเดินกลับไปนั่งกับเพื่อนๆ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะไม่เป็นแบบที่เธอเห็นนี้ ทุกอย่างล้วนเป็นการเลือกของเธอทั้งสิ้น”