๘๔.
จิตอิสระ
“ถูกต้อง เขาเป็นความบริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว เขาจึงไม่จำเป็นต้องดิ้นรนแสวงหาความบริสุทธิ์ สิ่งเดียวที่เขาไม่มีคือ ความอิสระ
ส่วนจิตประเภทที่สองคือ ‘จิตอิสระ’ จิตนี้ถึงแม้จะมีรหัสที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรกเหมือนกัน แต่ก็มีความอิสระที่จะเปลี่ยนและเลือกใหม่ได้เสมอ ซึ่งจิตลักษณะนี้จะมีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคน หากพิจารณาดีๆ จิตรูปแบบนี้จะมีคุณสมบัติเดียวกันกับจิตที่เป็นต้นกำเนิดหรือพระเจ้าด้วย นั่นคือมีความอิสระ สามารถกำหนดอย่างไรก็ได้”
“ที่ท่านพูดมาไม่เห็นเกี่ยวกับที่ผมกำลังถามเลยครับ”
“เดี๋ยวสิ… ฉันต้องการอธิบายเพื่อให้เธอเข้าใจที่มาที่ไปก่อน ถ้าอย่างงั้นเรามาเข้าเรื่องกันเลย
ในบรรดาจิตที่เป็นอิสระทั้งหมดที่อยู่ในรูปของมนุษย์ แต่เดิมเขามีความบริสุทธิ์เป็นพื้นฐาน แต่ที่กลายเป็นจิตไม่บริสุทธิ์ เนื่องจากความอิสระนั่นแหละ เพราะเขามีความรู้สึกนึกคิด มีความทรงจำ มีการประมวลผลทั้งจากประสบการณ์ ทั้งดีและร้าย ทั้งออกมาเป็นการคาดหวังและอคติ นี่คือกลไกแห่งความอิสระที่สามารถเปลี่ยนรูปได้ทุกเมื่อ จากนั้นมันจึงก่อรูปเป็นความคิด ทั้งด้านร้ายหรือด้านดี จึงสร้างเป็นความไม่บริสุทธิ์ให้เกิดขึ้นมากมาย จนทำให้เธอต้องพยายามหยุดความคิด เพราะเธอเชื่อว่าความคิดคือผู้ร้าย คืออุปสรรคต่อการเข้าถึงความบริสุทธิ์ เขาจึงทำทุกวิถีทางที่จะหยุดความคิด ซึ่งเป็นหลักการที่ถูกต้องเพียงแค่ส่วนเดียว เพราะหากเธอทำเพียงแค่การหยุดคิด นั่นเท่ากับเธอกำลังพยายามทำให้ศักยภาพแห่งความอิสระ หรือสิทธิพิเศษที่มีอยู่ในมนุษย์นั้นไร้ค่าไร้ความหมาย เธอกำลังทำให้มนุษย์กลายเป็นเพียงวัตถุสิ่งของที่ไม่มีศักยภาพ หรือไม่รู้จักคิด ทั้งๆ ที่ดวงจิตอิสระนี้ มีพลังอำนาจแห่งการคิดเหนือกว่าจิตใดๆ ในจักรวาล แต่ดีนะ ที่เธอไม่มีวันที่จะหยุดคิดได้ เพราะไม่อย่างนั้นเธอจะกลายเป็นเพียงก้อนวัตถุที่เคลื่อนที่ได้เท่านั้น”
“เมื่อรู้ว่าความคิดไม่ใช่ผู้ร้าย แต่เธอต้องรู้ว่าความคิดนั้นมาจากไหน หากเป็นความคิดที่มาจากจิตสำนึกของเธอ มาจากความทรงจำ มาจากประสบการณ์ มาจากทัศนคติความเชื่อ มาจากอคติ ความคาดหวัง จนเกิดเป็นความวิตกกังวล หรือเรียกอีกอย่างว่าทุกข์ อาการทั้งหมดนี้ล้วนมาจากจิตสำนึก และแน่นอนมันย่อมไม่ประกอบไปด้วยความบริสุทธิ์”
“ท่านครับ…” ผมกำลังจะแย้ง
“ฉันรู้ว่าเธอจะแย้งฉันว่าอะไร เธอจะแย้งว่า ถ้าทำทุกอย่างโดยไม่ใช้ความคิดหรือใช้ประสบการณ์มันก็จะเกิดความผิดพลาดได้ใช่ไหม” เขาถาม
“ใช่ครับ”
“ฉันกำลังจะบอกเธอว่า นี่คือสาระสำคัญที่ฉันปรารถนาจะให้เธอรู้ ที่จริงความคิดนั้นยังมีความจำเป็นต้องอย่างยิ่ง การประเมินการประมวลจากประสบการณ์ยังต้องมี แต่มันจะต้องเป็นความคิดที่กำหนดจากจิตอีกจิตหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในตัวเธอ ซึ่งจิตนี้มีคุณสมบัติพิเศษอย่างหนึ่ง นั่นคือความบริสุทธิ์ ความบริสุทธิ์นี้ไม่ได้หมายความว่าไม่มีอะไรเลย ไม่รู้อะไรเลย หรือเป็นความว่าง แต่เป็นความบริสุทธิ์ที่เป็นปัจจุบันขณะ ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต เป็นความบริสุทธิ์ที่เกิดจากการมองตามความเป็นจริง ปราศจากการปรุงแต่งและการตัดสินใดๆ เป็นความเข้าใจที่มากกว่าความรู้ เป็นการรู้ว่าอะไรเป็นอะไร รู้ว่าทุกสรรพชีวิตล้วนมีต้นกำเนิดจากที่เดียวกัน รู้ว่าทุกกลไกล้วนมีความเชื่อมโยงเกี่ยวพันกัน รู้บทบาทหน้าที่ของตนเอง รู้บทบาทของผู้อื่นและของทุกสรรพสิ่งที่อยู่รอบตัว เมื่อรู้ดังนี้เขาก็จะเข้าใจอย่างสมบูรณ์ สายตาของเขาจะมองเห็นทุกอย่างเปลี่ยนไป เขาจะพูด จะทำ จะคิด ทุกอย่างด้วยความเข้าใจ
ความบริสุทธิ์ในที่นี้จึงหมายถึง ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า อะไรเป็นอะไร ไม่ตัดสินว่าอะไรผิดอะไรถูก ไม่แบ่งแยกว่าอะไรดีอะไรชั่ว อะไรรักอะไรเกลียด ความบริสุทธิ์นี้จึงออกมาเป็นผลลัพธ์ทางพลังงานหรือคลื่นความถี่ ที่จะแผ่ออกมา ผ่านปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘ความรัก ความปรารถนาดีอย่างจริงใจ’ หรือที่เธอเรียกว่าคลื่นความถี่ด้านบวก นี่คือบทบาทที่สมบูรณ์แบบที่สุด ที่มนุษย์ในโลกอนาคตจะต้องเป็น เพราะโลกยุคพลังงานใหม่กำลังต้องการคลื่นความถี่ด้านบวกชนิดนี้”
“แล้วจะทำอย่างไรให้จิตนี้กลายเป็นจิตที่บริสุทธิ์ละครับ ผมว่าในชีวิตจริงมันทำยากอยู่นะครับ” ผมถาม
“เมื่อไหร่ที่เธอเห็นความรู้สึกของเธอ เมื่อนั้นเธอก็กลายเป็นจิตบริสุทธิ์แล้ว” เขาตอบ
“แค่เห็นความรู้สึกแค่นั้นเองหรือครับ”
“ใช่ ทุกครั้งที่เธอเห็นความรู้สึก เช่นเห็นว่าตนเองกำลังหงุดหงิด กำลังโกรธ กำลังมีความสุข มีความเพลิดเพลินกับอะไรก็ตาม เมื่อนั้นเธอก็จะอยู่ในสถานะของจิตบริสุทธิ์นั้นแล้ว ขอเพียงแค่ให้เธอเห็นมันตลอดก็พอ”
“ถ้ามันง่ายอย่างนี้ ทำไมทุกคนไม่กลายเป็นจิตบริสุทธิ์กันเลยล่ะครับ” ผมถาม
“เพราะเขาไม่เคยรู้จักวิธีการเห็นความรู้สึกนี้น่ะสิ เพราะทุกคนเกิดมาก็อยู่กับความคิด ความรู้สึก แล้วทำทุกสิ่งทุกอย่างไปตามที่จิตสำนึกหรือจิตหยาบสั่งให้ทำ” ท่านโภเชอธิบาย
“และปัญหาประการถัดมาคือ มนุษย์ไม่เชื่อในอำนาจจิตของตนเอง อย่างที่ฉันบอกเธอแล้วว่ามันง่ายมากสำหรับมนุษย์ เพราะมนุษย์เป็นจิตอิสระอยู่แล้ว อิสระในการกำหนดความรู้สึกของตัวเอง เขาก็แค่ตัดสินใจที่จะ ‘รู้สึก’ ให้ตนเอง ‘รู้สึก’ ว่าเป็นจิตที่บริสุทธิ์ เมื่อนั้นเธอก็จะเป็นความบริสุทธิ์ได้ทันที”
“แค่ ‘รู้สึก’ ว่าเป็นจิตบริสุทธิ์เท่านั้นเองหรือครับ ทำไมถึงง่ายขนาดนั้น” ผมถาม
“ใช่มันง่ายขนาดนั้น แต่มันยังเป็นเรื่องที่ยากที่สุดสำหรับใครบางคน สำหรับมนุษย์ที่มีแต่ความคิด บนพื้นฐานการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสหรือที่ฉันเรียกว่าจิตสำนึก เพราะเขาไม่เชื่อว่าจิตของเขาอิสระ ไม่เชื่อในอำนาจจิตที่บริสุทธิ์ ที่สามารถกำหนดด้วยตนเองได้ และไม่รู้ว่า ตนเองสามารถกลับคืนสู่ความบริสุทธิ์สูงสุดนี้ได้ด้วยวิธีนี้”
“ท่านครับ… มันง่ายแค่นั้นจริงๆ หรือครับ” ผมถาม
“เรื่องนี้เธอต้องพิสูจน์ด้วยตัวเธอเอง ฉันเป็นเพียงผู้ที่บอกวิธีการเท่านั้น ที่เหลือเธอต้องทำเองฉันไม่สามารถจับมือเธอทำได้” ท่านโภเชตอบ
“แล้วผมจะแน่ใจได้อย่างไรว่า สิ่งไหนมาจากจิตบริสุทธิ์ สิ่งไหนมาจากจิตไม่บริสุทธิ์ครับ” ผมถาม