๙๑.
โพธิสัตว์
“เออ…ท่านโภเชครับ…เท่าที่ผมกำลังรับรู้ความทรงจำนี้อยู่ ยังไม่เห็นมีส่วนไหนจะเกี่ยวกับผมเลยครับ” ผมตั้งคำถาม
“เกี่ยวสิ… เกี่ยวโดยตรงเสียด้วย เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของภารกิจของเธอ มันคือที่มาของคำมั่นสัญญาที่เธอและเพื่อนๆ ของเธอได้ให้ไว้กับพระพุทธเจ้าต่อหน้ารูปธรรมชั้นสูงทุกคน และต่อหน้าพระเจ้าด้วย” ท่านโภเชตอบ
“ผมไม่เข้าใจครับ หากท่านรู้อะไรมากกว่านี้ช่วยบอกมาให้หมดเลยได้ไหมครับ” ผมพูด
“ใจเย็นๆ ฉันต้องการจะบอกเธอทั้งหมดทีเดียวเหมือนกัน แต่ระบบการรับรู้ของเธอยังอยู่บนพื้นฐานด้านเวลา และโลกมนุษย์ของเธอก็ยังอยู่บนข้อจำกัดด้านพื้นที่ ซึ่งการจะให้เธอเข้าใจเรื่องราวใด ฉันต้องค่อย ๆ เรียบเรียงให้เธอได้รับรู้ทีละขั้นทีละตอน เอาล่ะ…ต่อไปนี้จะเป็นเรื่องราวของเธอและเพื่อนของเธอกันแล้ว” ท่านโภเชเริ่มเกริ่น
“ในช่วงบั้นปลายชีวิตของพระพุทธเจ้านี่เอง ที่เป็นช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับพันธกิจของเธอ และเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 2,500 กว่าปีข้างหน้า หรือ ณ เวลาปัจจุบันนี้ของเธอ” ท่านโภเชเริ่มอธิบาย
“เธอเคยสงสัยบ้างไหมว่า ทั้งๆ ที่เธอคือผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้บรรลุสัจธรรมแล้ว เป็นผู้ที่เข้าถึงสภาวธรรมสูงสุดแล้ว เป็นผู้ที่มีอำนาจสามารถควบคุมจิตหลังความตายว่า จะให้อยู่ในสภาวะใดก็ได้ จะให้พ้นจากสนามแม่เหล็กโลกโดยไม่ต้องกลับมาเกิดอย่างไรก็ได้ แต่ทำไมเธอยังต้องกลับมาเกิดเป็นเธอในภพชาติปัจจุบันนี้อีก” ท่านโภเชเริ่มด้วยการตั้งคำถาม
“อืม…นั่นสิครับ ถ้าท่านไม่ชวนผมมารู้จักตัวผมในอดีต ผมก็ไม่รู้หรอกนะครับว่า ผมเคยเป็นใคร เคยเข้าถึงสภาวะแบบไหนมาแล้ว และที่สำคัญได้รู้ว่าเคยเกิดร่วมสมัยกับพระพุทธเจ้าด้วย ท่านพอจะบอกได้ไหมครับว่าเพราะอะไร” ผมถาม
“เพราะว่านับจากภพชาติที่เธอเกิดเป็นอชิตะนี้ ตัวเธอจะมีสถานะใหม่ที่เรียกว่า ‘โพธิสัตว์’ ขึ้นมาแทนน่ะสิ” ท่านโภเชตอบ
“โพธิสัตว์ที่ท่านเคยบอกผมแล้วใช่ไหมครับ… ที่เป็นโพธิสัตว์กวนอิม หรือโพธิสัตว์พันมืออะไรทำนองนั้นใช่ไหมครับ ทำไมท่านถึงบอกว่าผมมีสถานะเป็นโพธิสัตว์ล่ะ มันมีอะไรเกี่ยวข้องกันไหมครับ” ผมถามต่อ
“ที่เธอพูดมาทั้งหมดนั่นแหละ คือสถานภาพของพวกเธอเลย”ท่านโภเชตอบ
“ท่านหมายความว่าอย่างไรครับ” ผมถาม
“ใจเย็นๆ อย่างที่ฉันบอกเธอไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า เรื่องราวในประวัติศาสตร์หรือในตำนานปรัมปราต่างๆ ที่เธอเคยได้ยินได้ฟังมาทั้งหมดนั้น มักจะหลงเหลือความจริงเพียงแค่ 1-2 เปอร์เซ็นต์ เธอยังจำได้ไหม” เขาพูด
“จำได้ครับ ผมแค่สงสัยว่าโพธิสัตว์ โดยเฉพาะโพธิสัตว์กวนอิมหรือโพธิสัตว์พันมือนั้น เกี่ยวอะไรกับผมเท่านั้นครับ” ผมตั้งข้อสังเกต
“อันดับแรกฉันขออธิบายความหมายของคำว่าโพธิสัตว์ให้เธอเข้าใจก่อน คำนี้ประกอบด้วยคำสองคำคือคำว่า ‘โพธิ’ กับคำว่า ‘สัตว์’ ซึ่งสองคำนี้มีความหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คือโพธิหมายถึง บรรลุ, รู้, พ้น, บริสุทธิ์, ใสสะอาด, อิสระ ฯลฯ ส่วนคำว่าสัตว์นั้นหมายถึง ประจำโลก, ทำหน้าที่, ไม่อิสระ ฯลฯ”
“และเมื่อนำสองคำนี้มารวมกันมันจึงมีความหมายใหม่ ที่เธอเลือกเป็นอยู่ในขณะนี้คือ เธอเคยบรรลุสัจธรรมสูงสุดมาแล้ว เธอเคยรู้ในสิ่งที่มนุษย์ผู้พ้นจากวัฏสงสารสมควรจะต้องรู้มาแล้ว เธอคือผู้ที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ปราศจากเรื่องราวที่ติดค้างใดๆ แล้ว เธอคือผู้ที่มีอิสรภาพทางจิตวิญญาณแล้ว แต่เธอเลือกที่จะอยู่ในวังวนแห่งการเวียนว่ายตายเกิดบนโลกใบนี้ เธอเลือกที่จะกลับไปเกลือกกลั้วกับกองทุกข์ กองกิเลสบนโลกอีก”
“ทำไมผมถึงเลือกทำเช่นนั้นล่ะครับ” ผมถามต่อทันที
“เรื่องนี้เธอเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด ฉันรู้เพียงแต่ว่าไม่ค่อยจะมีใครเลือกทำแบบนี้ เพราะคนที่เลือกแบบนี้จะต้องเสียสละตัวเอง ให้จมดิ่งในกองปฏิกูลเป็นเวลานาน เพื่อรอเวลาที่เหมาะสม” ท่านโภเชอธิบาย
“อะไรคือเวลาที่เหมาะสมครับ” ผมถาม
“ในสมัยพุทธกาล ถึงแม้ว่าขณะนั้นโลกจะเริ่มหมุนเข้าสู่ความเสื่อมแล้วก็ตาม คือมีผู้คนเป็นจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร, มาจากไหน, มาทำไม และไม่รู้จะกลับไปยังที่ตัวเองจากมาได้อย่างไร สภาพสังคมก็มีการเอารัดเอาเปรียบ มีการแบ่งชนชั้นเป็นกษัตริย์ผู้ปกครอง, เป็นชนชั้นพราหมณ์ปุโรหิต นักพรตนักบวช ผู้นำทางจิตวิญญาณ, เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาความรู้ และมีชนชั้นแรงงานข้าทาสกรรมกร มีการทำร้ายทำลายกัน มีการทำศึกสงครามเพื่อแย่งชิงดินแดนซึ่งกันและกัน แต่ระดับทางพลังงานและทางกายภาพของโลกในเวลานั้นก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เลวร้ายนัก วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่รุนแรงมาก สภาพแวดล้อมยังไม่เสื่อมถึงขั้นล่มสลาย ซึ่งภารกิจของพระพุทธเจ้าก็สามารถบรรลุเป้าหมายที่เคยตั้งเจตจำนงไว้ โดยใช้เวลาตลอด 45 ปีเพียรทำภารกิจนี้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ โดยไม่มีวันหยุดแม้แต่วันเดียว จนสามารถทำให้ผู้คนพ้นจากความไม่รู้นี้ได้นับแสน นับล้านคน ซึ่งหนึ่งในผู้ที่สามารถพ้นจากความไม่รู้ได้นั้น ก็คือเธอและเพื่อนๆ ของเธอ”
“แต่สำหรับเจตจำนงของเธอนั้น ที่จริงก็เป็นเจตจำนงเดียวกับพระพุทธเจ้าคือ เธอต้องการจะมาปลุกผู้คนให้ตื่นจากการหลับใหล มาบอกวิธีการเข้าถึงองค์ความรู้จากจักรวาล มาแก้ไขความเข้าใจผิดที่มักจะเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกในทุกยุคทุกสมัย แต่เนื่องจากช่วงเวลาที่เธอจะต้องมาดำเนินการนั้น คือช่วงเวลาแห่งความเสื่อมสูงสุด เป็นช่วงเวลาที่มีอันตรายมากที่สุด เป็นช่วงเวลาที่โลกเดินทางมาสู่ปากเหวที่หมิ่นเหม่ เพราะเวลานี้เกือบทุกคนที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนโลกได้ปลดปล่อยพลังงานด้านตรงข้ามกับที่โลกต้องการออกมามากที่สุด
สภาพแวดล้อมทางกายภาพที่เต็มไปด้วยมลพิษ สารเคมี สิ่งปลอมปน ขยะปฏิกูลทางเทคโนโลยี ที่อุดมไปด้วยคลื่นความถี่แปลกปลอมนนานาชนิด ทำให้เกิดสภาวะความวิปริตแปรปรวนของกลไกธรรมชาติ โลกจึงเสียความสมดุลอย่างรุนแรง และจนจวนเจียนจะเกิดหายนะครั้งใหญ่ที่สุด อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นคือแผ่นเปลือกโลกเกิดการยุบตัวอย่างรุนแรง เนื่องจากขาดคลื่นความถี่ด้านบวก ที่จะไปมีปฏิกิริยากับก้อนธาตุออกซิเจนบริสุทธิ์ ทำให้เกิดการระเบิด และกลายเป็นแรงขับดันใต้พื้นผิวโลกให้คงรูปนานเกินไป จนเกิดการพลิกกลับไปกลับมาของแกนโลก มีแผ่นดินแยก ลาวาปะทุเป็นภูเขาไฟระเบิดจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ ท้องฟ้าทั่วทั้งโลกจะถูกปกคลุมด้วยละอองฝุ่นเถ้าถ่านภูเขาไฟอย่างหนาแน่น จนแสงไม่สามารถเล็ดลอดลงมาได้ สัตว์น้อยใหญ่พืชพันธ์ุต่างๆ ตลอดจนมนุษย์จะล้มตายเป็นจำนวนมากถึงขั้นสูญพันธ์ุไปจากโลก เมื่อถึงเวลานั้น เวลาที่โลกไร้สิ่งมีชีวิต โลกก็ไม่สามารถหมุนรอบตัวเองได้อย่างปรกติอีกต่อไป เมื่อโลกไม่สามารถหมุนรอบตัวเองได้ ระบบการหมุนของสุริยจักรวาลก็จะมีปัญหา เพราะโลกที่เปรียบเสมือนเป็นต้นกำเนิดพลังงาน เกิดการเสียสมดุลอย่างรุนแรง ซึ่งจะทำให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ ระบบการหมุนของทั้งเอกภพก็จะมีการเคลื่อนตัวในทิศทางที่ไม่ปรกติ จะเกิดการชนกันระหว่างหมู่ดาว และการชนกันระหว่างดาราจักร รวมทั้งเกิดการหักเหของแกนกลางเอกภพ หรือจุดที่เป็นหลุมดำจนทำให้ทุกอย่างถูกดูดกลืน แทนที่จะเกิดการหมุนวนอย่างสมดุล และนี่คือจุดจบของมหาจักรวาลหรือเอกภพ”
“โอ้…มันจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ หรือครับ” ผมถาม
“มันจะเป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน หากไม่มีใครทำอะไรสักอย่าง ซึ่งฉันและเหล่ารูปธรรมชั้นสูงจากทั่วทั้งจักรวาล ไม่อาจจะปล่อยให้มันเป็นอย่างนั้นเด็ดขาด เพราะนั่นเท่ากับสรรพชีวิตทั่วทั้งเอกภพก็จะดับสูญไปด้วย”
“ดังนั้นพันธกิจของเธอในครั้งนี้จึงสำคัญมาก สำคัญระดับจักรวาลเลยทีเดียว และมันก็จะประจวบเหมาะทั้งทางด้านพื้นที่และเวลาด้วย” ท่านโภเชพูด
“พันธกิจของผม เกี่ยวกับเรื่องของพื้นที่และเวลาอย่างไรครับ” ผมถามทันที