๕.
โลกบาดาล
“ที่จริง ฉันสามารถพาเธอลงไปแบบกำหนดจุดเป้าหมายทันทีเลยก็ได้ แต่เพื่อให้เธอนึกภาพออกว่าหน้าตามันเป็นอย่างไรฉันจะค่อยๆ พาเธอลงไปเห็นทั้งกายภาพภายนอกและภายในเลยดีไหม”
“ได้ครับ” ผมตอบ
“ทำเหมือนว่าเรากำลังขับยานบินขนาดเล็กเข้าไปในยานแม่ดีไหม” เขาเสริม
“ดีครับ ผมจะได้ทำความเข้าใจภาพรวมด้วย” ผมตอบ จากนั้นเขาก็ค่อยๆ พาผมลอยต่ำลงเรื่อยๆ สู่มหาสมุทรอย่างช้าๆ
“เดี๋ยวครับ…ท่าน…” ผมท้วงหลังจากที่เท้ากำลังจะแตะพื้นผิวน้ำ
“มีอะไรหรือ?”
“เราจะลงไปด้วยตัวเปล่าๆ อย่างนี้เลยหรือครับ ผมไม่สามารถหายใจใต้น้ำได้นะครับ” ผมพูดขึ้น
“อย่ากังวลไปเลย ตอนนี้เรากำลังเดินทางด้วยจิต ดังนั้นเธอจึงสามารถไปไหนก็ได้โดยไร้ข้อจำกัด” เขาตอบ
“อ๋อครับ… แต่ทำไมผมถึงมีความรู้สึกเหมือนจริงมากๆ เลยล่ะครับ ผมชักสับสนกับความรู้สึกของตัวเองแล้วสิ ทั้งการสัมผัสมือของท่าน ทั้งเสียงคลื่น เสียงลม กลิ่นทะเลที่สัมผัส มันเหมือนจริงมากๆ เลย” ผมตั้งข้อสังเกต
“ก็มันจริงนะสิ… เพราะจิตนั้นสามารถสัมผัสกับทุกสรรพสิ่งตามที่มันเป็นจริงได้ และยิ่งกว่านั้นคือมันยังสามารถสัมผัสกับมิติต่างๆ ได้มากกว่าขณะที่เธอมีร่างกายด้วยซ้ำ หรือพูดง่ายๆ ว่า นี่คือสภาวะที่แท้จริงที่เธอจะเป็น หลังจากที่เธอเหลือแต่จิตหรือตายไปแล้ว” เขาตอบ
“โอ้…จริงหรือครับ…” ผมอุทานด้วยความประหลาดใจพร้อมกับสำรวจความรู้สึกของตนเองอีกครั้ง
หลังจากนั้นเขาก็พาผมดำดิ่งลงสู่ก้นมหาสมุทร สิ่งที่เห็นตอนนี้คือฉากรอบตัวผม เป็นทะเลสีน้ำเงินใสราวกับกระจก และผมก็กำลังอยู่ท่ามกลางฝูงปลาโลมาจำนวนมาก แต่ลักษณะที่ผมเห็นคือพวกมันมีเส้นใยเล็กๆ เรืองแสงกระจายอยู่ทั่วลำตัว เส้นใยเหล่านี้ได้เปล่งประกายออกมาเป็นสีสันที่หลากหลาย คล้ายกับว่ามันถูกวาดด้วยลายเส้นปากกาเรืองแสงสีต่างๆ พวกมันมีจำนวนเยอะมากและกำลังว่ายน้ำไปวนมาทั่วบริเวณ
“ทำไมมีแต่ปลาโลมาเต็มไปหมดเลยล่ะครับ” ผมถาม
“พวกเขามาทำหน้าที่สองอย่างก็คือ หนึ่งมานำทาง เวลามียานบินขนาดเล็กที่เพิ่งเดินทางมาจากดาวที่ร้างหรือจากดาวอื่นๆ เป็นครั้งแรก ยานเหล่านั้นจะต้องมาทำนัดอยู่ที่นี่ก่อน เปรียบเสมือนที่นี่เป็นจุดนัดพบก่อนที่จะแยกย้ายกันไปประจำการตามบทบาทของตนเองในพิกัดต่างๆ เมื่อเขานำยานลงมาด้าน้ำแล้ว ปลาเหล่านี้จะทำหน้าที่ช่องทางเข้าให้ โดยพวกเขาจะเว้นช่องให้เราเห็นเป็นทางคล้ายกับรันเวย์ของสนามบิน” เขาอธิบาย
“แบบนั้นใช่ไหมครับ” ผมตอบพร้อมกับชี้ไปในทิศทางที่ว่า ซึ่งมันเหมือนกับการแหวกเป็นช่องทางให้เห็นได้อย่างชัดเจน เพราะสองข้างจะเต็มไปด้วยปลาโลมาเรืองแสงจำนวนมาก
“ใช่แล้ว และหน้าที่อย่างที่สองของพวกเขาคือมาต้อนรับ เธอเห็นลักษณะการว่ายวนซ้ายที ขวาทีพร้อมกับผงกหัวขึ้นลงของพวกเขาไหม นั่นก็คือการแสดงการต้อนรับ”
“เห็นครับ พวกเขาว่ายได้พร้อมเพรียงอย่างกับนัดกันมาเลยนะครับ”
“ใช่…ที่จริงเขาไม่ได้นัดกันหรอก พวกเขาเพียงทำตามรหัสที่ถูกใส่เข้าไปตั้งแต่แรกเท่านั้น”
“รหัส…?” ผมทวนคำ
“หรือที่พวกเธอเรียกกันว่าสัญชาตญาณนั่นแหละ”
“ปลาโลมาทุกตัวจะมีรหัสการนำทางนี้ ติดตัวมาตั้งแต่ครั้งแรกที่มาอยู่ที่นี่” เขาอธิบายเพิ่มเติม
เราค่อยๆ เลื่อนตัวต่ำลงไปตามทางที่ปลาเหล่านั้นสร้างขึ้น ยิ่งลงไปลึกเท่าไหร่มันก็ยิ่งมืดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งทุกอย่างเป็นสีดำสนิท พอมาถึงตรงนี้ผมเข้าใจเลยว่าทำไมต้องให้ปลาโลมาพวกนี้นำทาง เพราะสิ่งที่เห็นมีอย่างเดียวคือฝูงปลาโลมาเรืองแสงเหล่านี้เท่านั้น เราดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ จนสิ้นสุดจุดที่ปลาโลมามาส่ง
“ท่านโอเซซครับ ยังไม่ถึงอีกหรือครับ” ผมถามขึ้นระหว่างที่รู้สึกว่าเราใช้เวลานานพอสมควรแล้ว
“ที่จริงตอนนี้เรากำลังอยู่ข้างลำตัวของยานแล้วล่ะ เรากำลังอยู่ระหว่างซอกแคบๆ ที่มีความลึกประมาณ 12 กิโลเมตรจากผิวโลก โดยผนังด้านหนึ่งคือดินหินที่เป็นพื้นโลก ส่วนอีกด้านหนึ่งคือผนังยานของเรา”
พอเขาพูดจบก็ปรากฏแสงสลัวๆ ที่ด้านล่างใต้ฝ่าเท้า ซึ่งเมื่อมองลงไปมันก็ค่อยๆ ใหญ่และสว่างขึ้น เมื่อเราเข้าไปใกล้แสงนั้น ภาพของผนังด้านหนึ่งที่เป็นหินก็ปรากฏชัดเจน มันเป็นหินขรุขระมีร่องรอยการแตกหัก เป็นพื้นผิวที่เป็นธรรมชาติอย่างชัดเจน ผิดกับอีกด้านหนึ่งที่ถึงแม้จะมีสีสันคล้ายกันคือดำๆ เทาๆ แต่มันก็เดูราบเรียบจนไม่เหมือนกับธรรมชาติ เมื่อผมอยู่ตรงจุดนี้ ผมรู้สึกว่ากำลังอยู่ตรงกลางระหว่างซอกกำแพงที่สูงชันตั้งฉากขนานกันลงไป
ไม่กี่วินาทีถัดมา ท่านโภเซ็กก็พาผมมาถึงจุดที่ลึกที่สุด ตรงส่วนนี้มีลักษณะโค้งคล้ายกับก้นหม้อแต่เป็นก้นหม้อขนาดใหญ่ เราค่อยๆ เลื่อนตัวมุดเข้าไปตามแสงสว่างที่อยู่ด้านใต้ จากตอนแรกที่เป็นลักษณะการลงมาตามแนวดิ่ง แต่ตอนนี้เราค่อยๆ เปลี่ยนเป็นแนวระนาบ เพราะเห็นผนังด้านบนมีลักษณะราบเรียบส่วนผนังด้านล่างเป็นหินขรุขระแทน
“ถึงไหนแล้วครับ” ผมถามหลังจากอยู่ในความเงียบมาสักระยะ
“ตอนนี้เรากำลังมุดเข้าไปใต้ท้องยาน และจากนี้อีกประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะถึงทางเข้าซึ่งเป็น 1 ใน 9 ประตูของยานลำนี้” เขาตอบ
“ทำไมมี 9 ประตูละครับ เลข 9 มีความหมายอะไรหรือเปล่าครับ” ผมถามเพราะรู้สึกว่ามันแปลกๆ
“ไม่มีเรื่องของเลขศาสตร์ใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากยานลำนี้มีขนาดที่ใหญ่โตมโหฬารมาก หรือกว้างพอๆ กับกรุงเทพฯ ที่เธออาศัยอยู่ ดังนั้นทางเข้าจึงต้องกระจายอยู่ในทุกทิศทุกทางทั้งหมดแปดทิศ เพื่อความสะดวกในการเข้าออก ส่วนอีกหนึ่งประตูที่เหลือคือประตูที่อยู่ตรงกลาง ประตูนี้ปัจจุบันไม่เคยได้ใช้เลย มันจึงถูกปิดตายมานานมากแล้ว”
“ทำไมล่ะครับ” ผมถาม
“ที่จริงประตูนี้คือประตูหลักหรือประตูใหญ่ ยานบินเล็กทุกลำที่จะเข้าออกมักจะใช้ประตูนี้ แต่จะใช้เฉพาะเวลาที่ยานลอยอยู่ในอวกาศเท่านั้นนะ แต่เมื่อมันมาจอดอยู่ที่ก้นมหาสมุทรแบบนี้และมันก็จอดมานานแล้วด้วย ประตูนี้จึงไม่เคยถูกใช้งานอีกเลย” เขาตอบ
“อ้อ..อย่างนี้นี่เอง”
ผมและท่านโภเชเลื่อนตัวเข้าไปเรื่อยๆ ไม่นานนักก็เห็นที่มาของแสงสว่าง มันคือช่องทรงกลมขนาดใหญ่ที่ส่องแสงลงมาจากเพดานด้านบน มองดูคล้ายไฟดาวน์ไลท์ในบ้าน จะผิดกันก็ตรงที่มันมีขนาดใหญ่โตมากถ้าคำนวณจากสายตาน่าจะกว้างสัก 100 เมตร
“ถึงแล้วใช่ไหมครับ” ผมถามทันที
“ใช่ นี่คือประตูทางเข้าทิศตะวันตก แต่เป็นทิศไม่ได้อ้างอิงกับทิศบนโลกข้างบนของเธอระบบ มันคือทิศตะวันตกเฉพาะภายในยานของเราเอง” เขาอธิบายแบบเป็นปริศนา
“ยังไงนะครับ” ผมถามทันที
“หมายความว่าภายในยานลำนี้เรามีพระอาทิตย์เป็นของตัวเองนะสิ” เขาตอบ
“มีพระอาทิตย์อยู่ในนี้ด้วย เป็นไปได้อย่างไรครับ”
“เอาเป็นว่าเดี๋ยวเธอเข้าไปดูด้วยตาเธอเองดีกว่า แล้วฉันค่อยอธิบายกลไกของมันภายหลัง” เขาตอบพร้อมกับพาผมเลื่อนตัวขึ้นในแนวดิ่งระหว่างช่องวงกลมที่เป็นต้นกำเนิดของแสงสว่าง
ทันทีที่ผมและท่านโภเชลอยตัวสูงขึ้นไปในช่องทรงกลม เราก็โผล่พ้นขึ้นจากผิวน้ำ เราลอยตัวอยู่เหนือผิวน้ำที่ราบเรียบใสสะอาดสูงราว 2 เมตร เมื่อมองขึ้นไปด้านบนก็เห็นเป็นผนังทรงกระบอกความสูงประมาณ 200-300 เมตร ความรู้สึกคล้ายๆ กับว่า เรากำลังอยู่ที่ก้นบ่อน้ำ แต่เป็นบ่อน้ำที่กว้างมาก ผนังด้านของช่องทรงกลมนี้อัดแน่นไปด้วยแท่งคริสตัลที่มีลักษณะเป็นผลึกแก้วสีขาวใสแวววาว และแท่งคริสตัลเหล่านี้ก็มีแสงเรืองออกมาจากภายในทำให้ผนังทั้งหมดสว่างไสวเหมือนเปิดไฟ ผมมองขึ้นไปด้านบนเห็นมีน้ำไหลลงจากด้านหนึ่ง มองดูคล้ายกับน้ำตก น้ำที่ตกลงมาแตกเป็นฝอยละเอียด ทำให้ภายในช่องนี้เย็นและชื้น
ท่านโภเชพาผมลอยตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ จนพ้นปากปล่องทรงกลม ทันทีที่พ้นขึ้นมา มันทำให้ผมต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น ก่อนหน้าที่จะได้เข้ามาในนี้ ภาพในหัวขณะที่ผ่านความมืดมิดและคับแคบมา ผมคิดว่า มันคงจะเป็นสถานที่ที่มืดสลัว เป็นเหมือนถ้ำ เป็นเหมือนโพรงใต้ดินที่อับชื้น แต่มันกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง